ปหลายรอบจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเล่นตามได้”
“แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้ไม่พูด”
หมิงเวยตอบ “ข้าน้อยเพิ่งเข้ามาใหม่ไม่อยากทำตัวเด่นเจ้าค่ะ”
อาจารย์หนิงจ้องมองนางเป็นเวลานานในที่สุดก็ถอนสายตาและเดินกลับไป
หมิงเวยถอนหายใจด้วยความโล่งอก และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ นางพูดความจริงกลับไม่มีผู้ใดเชื่อพอพูดโกหกกลับเชื่อซะอย่างนั้น
อาจารย์หนิงก้มลงปรับเสียง และเมื่อเขากำลังเปิดปากพูด หมิงเวยก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “อาจารย์ ท่านยังไม่ได้ชี้แนะข้าเลยเจ้าค่ะ”
เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น แต่ตอบกลับเสียงเรียบไปว่า “ทักษะของเจ้า จำเป็นต้องให้ข้าชี้แนะด้วยหรือ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เหล่านักเรียนหญิงทั้งประหลาดใจทั้งสงสัย หมายความว่าอย่างไร หมายถึงทักษะดีดฉินของนางดีมากไม่จำเป็นต้องสอนงั้นหรือ
อาจารย์หนิงไม่ใส่ใจคำถามนี้เลย หลังเลิกเรียนหมิงเวยก็เก็บกู่ฉินแล้วเดินออกจากห้องไป
เว่ยเสี่ยวอันเดินตามมา “เจ้าเก่งมากจริงๆ น้อยนักที่อาจารย์หนิงจะเอ่ยชมผู้ใด!”
หมิงเวยสงสัย “อาจารย์ชมข้างั้นหรือ”
“แน่นอน บอกว่าไม่จำเป็นต้องชี้แนะหมายความว่าเจ้าดีดกู่ฉินได้ดีมาก ไม่ต้องให้สอนอะไรเพิ่มเติม! แล้วอีกอย่างข้าฟังก็รู้แล้วว่าเจ้าเก่งมาก”
หมิงเวยรู้ข้อบกพร่องของตนเองนางไม่ค่อยมีความสามารถในด้านดนตรี แต่เพราะฝึกฝนมานานหลายปีจึงเล่นได้ดีเช่นนี้
แต่นางอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนของอาจารย์หนิงมากเมื่อเว่ยเสี่ยวอันเดินเข้ามาหา หมิงเวยจึงสอบถามนาง