อกไปแล้ว และทิ้งจดหมายฉบับหนึ่งไว้ให้เขา
จดหมายฉบับนี้เป็นกระดาษฟางที่ยับยู่ยี่ที่มีร่องรอยเปียกชื้น ตัวอักษรหวัดๆ บนกระดาษถูกเขียนด้วยดินสอถ่าน
อาเฉิงลูกพ่อ พ่อไม่มีหน้าไปพบพวกเจ้าจึงตัดสินใจเดินทางต่อไปข้างหน้า
วันนั้นในห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย ลูกคงรู้แล้วว่าพ่อนั้นขี้ขลาดเพียงใด ที่เสี่ยวชีพูดมานั้นถูกแล้ว พ่อไม่มีคุณสมบัติที่จะทำสิ่งใดหลังจากนี้ ไม่สมควรอยู่ร่วมกับพวกเจ้าเป็นครอบครัวที่มีความสุข
ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมาพ่อใช้ชีวิตด้วยความสับสน แต่จากวันนี้ไปพ่อจะชดใช้ความผิดด้วยชีวิตที่เหลือนี้ ลูกดูแลท่านแม่กับน้องๆ ให้ดีแล้วพ่อจะหาเงินและเสบียงส่งไปให้พวกเจ้า
พ่อ
หมิงเฉิงน้ำตาไหล แต่รู้ว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว หลังท่านป้าสามเสียไป บิดาใช้ชีวิตบนความรู้สึกผิดอยู่ทุกวัน เขาไม่สามารถกลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างสบายอกสบายใจได้ การทำเช่นนี้คือการไถ่บาปและเพื่อความสบายใจ
ในฐานะลูกเขาทำได้เพียงภาวนาให้บิดาของตนปลอดภัยในสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก
……….
ค่ำคืนไม่กี่วันถัดมาหมิงเวยมาพบหยางชูบนหลังคา
“คนที่ควรถูกตัดหัวก็ตัดไปแล้ว คนที่ควรเนรเทศก็เนรเทศไปแล้ว คดีนี้ได้จบลงไปแล้ว” หยางชูพูด “ส่วนคนตระกูลหลีผู้นั้นถูกตัดสินให้เนรเทศ แต่ข้าเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว เขามีชีวิตอยู่ไม่ถึงจุดหมายปลายทางแน่นอน”
หมิงเวยลืมตาและพยักหน้าให้เขา “ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”
หยางชูปัดเสื้อผ้าของตนและนั่งลงบนหลังคา “หล