ายวันมานี้ทุกครั้งที่พบกันท่านเอาแต่พูดคำนี้กับข้า ข้าฟังจนเบื่อแล้วไม่เปลี่ยนเป็นคำอื่นบ้างเลยหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “แล้วท่านอยากให้ข้าขอบคุณท่านแบบไหนหรือเจ้าคะ”
เหมือนหยางชูต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อสบตาเข้ากับดวงตาอันสุกสกาวใต้แสงจันทร์ คำพูดทั้งหมดล้วนติดอยู่ในลำคอ
เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง “สมาชิกตระกูลหมิงที่เป็นหญิง ครอบครัวของพวกนางได้มารับกลับไปแล้ว แต่ด้วยสถานะเช่นนั้นคงใช้ชีวิตลำบากในภายภาคหน้า ส่วนครอบครัวของฮูหยินสี่ไม่เหลือแล้ว ตอนนี้นางใช้ชีวิตอยู่กับลูกๆ ทั้งสามคน”
หมิงเวยพยักหน้าเรื่องนี้นางทราบมาก่อนแล้ว คนของเขาที่ตนยืมไปได้กลับมารายงานหลังจัดการเรื่องเสร็จแล้ว
“นายท่านสี่ไม่ได้กลับมา ข้าให้คนไปสืบดูเขาไปทำมาหากินนอกเมืองหลวงแล้ว อีกทั้งทำงานค่อนข้างหนักเอาการ แต่ดูจากสภาพเขาแล้วดูเหมือนเขาจะสบายดีนะ”
หยุนจิงเป็นเมืองใหญ่ และชานเมืองก็มีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าเมืองธรรมดา ถือเป็นสถานที่ที่ดีในการหาเลี้ยงชีพ
เขาพูดต่อว่า “ส่วนพี่สี่ของท่าน หากไปเป็นผู้ช่วยทำบัญชีล่ะก็คงลำบากนิดหน่อย แต่ก็เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว”
หมิงเวยถอนหายใจ “เรื่องนี้ข้ารู้แล้วท่านไม่จำเป็นต้องพูดอีกรอบหรอก”
“….”
“ท่านมาหาข้ากลางดึกเช่นนี้ก็เพื่อพูดเรื่องนี้หรือเจ้าคะ”
หยางชูก้มหน้าลงเขานั่งเงียบๆ ไม่พูดอะไร เห็นเขาเป็นเช่นนี้แล้วหมิงเวยก็ใจอ่อน อาจเป็นเพราะเขาอาร