่คุกเข่าอยู่มีแววตาสับสนเขาถามนางไปว่า “ภายภาคหน้าเจ้าต้องดูแลความงามเช่นนี้หรือไม่”
“แน่นอนเจ้าค่ะ เป็นสตรีหากมีทางเลือกก็ต้องสวยให้ถึงที่สุด”
“…..”
ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ห้องโถงใหญ่พลางพึมพำออกไปว่า “ข้าต้องถอนหมั้น เลี้ยงไม่ไหวต่อให้ขายตนเองก็เลี้ยงไม่ไหว!”
หมิงเวยอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ตัวฝูที่กลับมาจากลานบ้านมองนางด้วยความงุนงง “คุณหนูเจ้าคะ ยาพวกนี้คุณหนูใช้อาบเพื่อฝึกตนไม่ใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดต้องไปโกหกคุณชายว่าเพื่อความงามด้วย”
หมิงเวยหัวเราะ “เขาถูกส่งมาช่วยงาน ไม่หาอะไรให้ทำฆ่าเวลา ก็น่าเสียดายไปหน่อยนะ”
เสียงก่นด่าของฮูหยินจี้ดังมาจากห้องโถงใหญ่ “เสียวอู่ ไม่หาเรื่องสักวันไม่ได้เลยหรือ อยู่ๆ เจ้ามาพูดเรื่องถอนหมั้น นี่เป็นการตกลงกันของพ่อเจ้ากับท่านอาหญิง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจกัน”
…………
จวนโป๋วหลิงโหว
วันนี้หยางชูสวมชุดจิ่นเผาสีดำทำให้รูปร่างสูงบางของเขาดูสง่างามขึ้นไปอีก ปราศจากภาพลักษณ์โอ้อวดของคุณชาย แต่ดูหนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น
เขาเดินผ่านห้องโถงประจวบเหมาะกับนางหลูฮูหยินของซื่อจื่อที่กลับมาจากพบแขก นางเห็นเขาที่แต่งตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษ อีกทั้งยังสวมเครื่องประดับทุกอย่างพร้อมสรรพก็ยิ้ม “น้องสามจะเข้าวังหรือ”
“อืม” หยางชูตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“น้องสามมีกุ้ยเฟยที่รักราวกับบุตรในครรภ์ช่างน่าอิจฉาเสียจริง!”
หยางชูไม่ตอบรับ เขาทำเพียงประสานมือให้นาง “ตอนนี้ยังไ