่สับสน “ลูกไม่ได้เห็นแก่กินนะขอรับ! เป็นน้องหญิงที่อยากทานต่างหาก”
“เจ้ายังจะโกหกอีก!” ฮูหยินจี้โกรธจัด “หากน้องอยากทานจริงตอนนี้จะยังทานไหวอยู่อีกหรือ”
จี้เสียวอู่หันหน้าไปมองเมื่อเห็นหมิงเวยรับประทานอาหารอย่างเรียบร้อยเขาก็รู้สึกเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มเอ่ยกับมารดาของเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านป้าอย่าโกรธเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่อยู่เป็นเพื่อนหลานตลอดเวลา! ที่ตลาดมีของอร่อยมากมาย ไม่แปลกใจที่ท่านพี่จะทนไม่ไหว” จี้เสียวอู่ตกตะลึง
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แอบเหมือนยอมรับกลายๆ ว่าเขาเห็นแก่กินไม่สนใจนาง!
“เจ้าไม่อยากทานก็ไปให้พ้นหน้าซะ ตอนเย็นพ่อของเจ้ากลับมาค่อยมาจัดการกับเจ้า!” ฮูหยินจี้โบกมือไล่เขาอย่างกับไล่แมลงวัน แล้วชามข้าวตรงหน้าเขาก็ถูกพี่สะใภ้แย่งไป
พี่สะใภ้ยิ้มให้เขา “น้องห้าในเมื่อเจ้ายังอิ่มอยู่ก็ไปเล่นกับจูเอ๋อร์เถอะ!”
“……” เขารู้สึกว่าชีวิตช่างมืดมนไร้ทางสว่าง
เมื่อจี้หลิงกลับมาก็เห็นน้องชายของตนเล่นขี่ม้ากับจูเอ๋อร์ด้วยสีหน้าซึมกระทือ เขาสงสัยว่าทำไมวันนี้น้องชายถึงเป็นเด็กดีขนาดนี้ไม่แอบออกไปเล่นข้างนอกแล้วหรือ
จี้หลิงไปรายงานมารดาของตน “จวนข้างเคียงไม่ปล่อยเช่าขอรับ เจ้าของจวนต้องการขายให้ที่อื่นจึงไม่ค่อยอยากปล่อยเช่านัก”
ฮูหยินจี้พูด “ลูกไปบอกเจ้าของจวนว่า ค่าเช่าแพงนิดหน่อยไม่มีปัญหา เพราะถ้าเช่าไม่ได้คงไม่ทันแน่”
จี้หลิงพยักหน้าแล้วตอบกลับ