ี่ท่าน…”
จี้หลิงถาม “พวกเราสามารถไปก่อนได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนขอรับ ทางด้านใต้เท้าเจี่ยงได้กล่าวทักทายเรียบร้อยแล้ว พวกท่านทิ้งที่อยู่ไว้แล้วไปได้เลยขอรับ แต่ช่วงนี้แม่นางหมิงโปรดอย่าเพิ่งออกไปไหน ท่านอาจถูกเรียกตัวได้ตลอดเวลาขอรับ”
จี้หลิงหันกลับมาถาม “น้องหญิงว่าอย่างไร”
หมิงเวยตอบ “ตามที่พี่ใหญ่เห็นสมควรเจ้าค่ะ”
แล้วหันไปพูดกับอาสวน “ตอนนี้ไม่สะดวกที่จะกล่าวคำอำลา ท่านบอกพวกเขาแทนข้าที หวังว่าครั้งหน้าคงได้เจอกัน พบกันในโอกาสหน้า”
อาสวนพยักหน้า “ขอรับ แม่นางหมิงเดินทางปลอดภัยนะขอรับ”
รถม้าที่พวกเขานั่งอยู่ถอนตัวออกจากขบวนแล้วเลี้ยวไปยังถนนอีกสาย เดินไปตามถนนใหญ่แล้วเลี้ยวเข้าซอยเล็กเวลาผ่านไปสองเค่อ จี้หลิงก็พูดขึ้นมาว่า
“หยุดรถตรงนี้ก็พอ ซอยเล็กเกินกว่าจะเข้าไปได้แล้ว”
คนขับรถม้าหยุดรถจี้หลิงหันกลับมาเปิดประตูแล้วพูดด้วยความละอายใจเล็กน้อย “น้องหญิง รบกวนน้องต้องลงเดินเสียแล้วในเรือนไม่ค่อยสะดวกสบาย ที่พักอาจแคบไปเสียหน่อย”
หมิงเวยลงจากรถ “พี่ใหญ่พูดอะไรน่ะเจ้าคะ ต่อให้เรือนกว้างขวางมากมาย แต่เตียงก็ไม่เกินสามฉื่อ แน่นอน”
นางเงยหน้าขึ้นมองตรอกแคบๆ ตรงหน้า บ้านเรือนค่อนข้างเก่าแต่ถนนตรอกยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรอกซอยนี้ยาวมากดูเหมือนว่าจะมีครอบครัวอาศัยอยู่ไม่น้อย มีหญิงสาวที่ดูมีประสบการณ์เดินเข้าๆ ออกๆ และมีเด็กหลายคนวิ่งไปมา
ดูจากสภาพแวดล้อมแล้วมีเพียงครอบครัวเล็กๆ เท่านั้น