มาหยุดหมัดอัสนีสวรรค์ของเย่เทียนเฉินเช่นเดียวกัน และรู้ว่าผู้ที่มาช่วยเหลือเสี้ยวหย่วนมีความสามารถแข็งแกร่งมาก เหนือกว่าพวกเขาทุกคนแน่นอน คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะยังมีความกล้าที่จะหยุดรอ ความกล้าของไอ้หนูนี่เรียกได้ว่าไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน ทำให้ผู้คนนับถือจริงๆ
“ไอ้น้องชาย แกกล้ามาก ขนาดฉันเถียนปอกวงก็ยังต้องนับถือ ได้ พี่ใหญ่จะรอเป็นเพื่อนแกเอง ฉันก็อยากจะเห็นว่าพรรคท่องกระบี่จะส่งคนแบบไหนมาช่วยเหลือคนประเภทนี้กันแน่!” เถียนปอกวงอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยรอยยิ้ม
ตงฟางเมิ่งมองเย่เทียนเฉินอย่างไม่สบอารมณ์ อยากจะอัดเจ้าหมอนี่แรงๆ สักครั้ง เมื่อครู่ยังปล่อยให้ตนกังวลจนแทบตาย ตอนนี้กลับมีอารมณ์พูดแบบนี้อีก ทำให้เธอเป็นห่วงเสียเปล่าจริงๆ
ในช่วงไม่กี่ลมหายใจ ชายชราหลังค่อมคนหนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเย่เทียนเฉิน ชายชราคนนี้มีดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ มองเย่เทียนเฉินด้วยรอยยิ้มจนตาหยี แล้วจึงมองไปยังเสี้ยวหย่วนที่ตอนนี้ถูกอัดจนบาดเจ็บสาหัส อยู่ในสภาพที่เป็นครึ่งตาย เสี้ยวหย่วนสูญสิ้นความตั้งใจเด็ดเดี่ยวไปแล้ว เขาก็เหมือนกับขยะชิ้นหนึ่ง สายตาเหม่อลอย เอาแต่พึมพำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ฉันไม่ใช่ตัวฉันเองแล้ว ฉันไม่ใช่ตัวฉันเองแล้ว…”
“เป็นแกที่ทำให้เสี้ยวหย่วนกลายเป็นแบบนี้เหรอ?” ชายชราองเย่เทียนเฉินราวกับมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ถูกต้อง!