นไม่เพียงแต่จะฆ่าสุนัขตัวนั้น แต่จะฆ่าสุนัขอย่างแกด้วย!” มุมปากของเถียนปอกวงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“โอหัง รู้ว่าเราเป็นคนของพรรคท่องกระบี่แล้วแกยังกล้าลงมือฆ่าอีก ฉันว่าแกคงมีชีวิตอยู่จนเบื่อแล้วสินะ!” คนคนนั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าทั้งๆ ที่เถียนปอกวงรู้ว่าตนทั้งสองเป็นลูกศิษย์ของพรรคท่องกระบี่แล้วจะถึงกับกล้าลงมือฆ่าอีก คนคนนี้ไม่เห็นพรรคท่องกระบี่อยู่ในสายตาจริงๆ
“หึ พรรคท่องกระบี่ตดหมาอะไร เฉินอวี๋เต้าไอ้แก่นั่นก็แค่ไอ้ปัญญาอ่อนคนหนึ่ง!” เถียนปอกวงอดไม่ได้ที่จะด่าออกมา
“แก…แกกล้าด่าท่านอาจารย์ของฉันเหรอ?” ลูกศิษย์ของพรรคท่องกระบี่คนนั้นเห็นเถียนปอกวงด่าว่าเฉินอวี๋เต้าผู้เป็นอาจารย์ของตนเป็นคนปัญญาอ่อนก็โกรธจนสั่นไปทั้งตัว ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ ตะโกนออกมาดังลั่น
“ฉันด่าแล้วยังไงล่ะ หรือแกจะมาฆ่าฉัน? ทวงคืนชื่อเสียงของอาจารย์ของแกหน่อยเป็นไง? มา!” เสียงตะโกนสุดท้ายของเถียนปอกวงทำให้ลูกศิษย์ของพรรคท่องกระบี่คนนั้นตกใจจนเกือบจะหมุนตัววิ่งหนีไป
ความสามารถและพลังการบ่มเพาะของเถียนปอกวงห่างไกลจากลูกศิษย์ของพรรคท่องกระบี่ทั้งสองคนนี้มาก พวกเขามากับเสี้ยวหย่วน แยกย้ายกันค้นหาร่องรอยของเถียนปอกวง แน่นอนว่าในขณะเดียวกันก็ตามหาเย่เทียนเฉินไปด้วย คิดจะถือโอกาสนี้ล้างแค้นให้พวกเฉินฮุย สร้างผลงานครั้งใหญ่ หลังจากที่พวกเขาพบเถียนปอกวงแล้ว เดิมทีคิดจะอาศัยความสามารถของพวกเขาทั้งสองจัดกา