ลเธอไปชั่วชีวิต!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างจริงจัง
“หึ ดูท่านายจะมีใจให้ผู้หญิงคนนี้ ฉันจะวางใจมอบรั่วถงให้นายดูแลได้ไง…” จางอีเต๋อมองไปที่ตงฟางเมิ่ง พูดออกมาอย่างไม่เชื่อเย่เทียนเฉิน
“ผู้เฒ่าครับ…”
“นายไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ถ้ายังไม่ไปอีก อย่ามาหาว่าฉันลงมือฉันไม่ไว้ไมตรี!” จางอีเต๋อขัดคำพูดเย่เทียนเฉินพูดขึ้นอย่างดุดัน
“ผมไปได้ แต่บนโลกใบนี้ คนที่จะช่วยเธอได้มีเพียงคุณคนเดียว ดังนั้นผมหวังว่า…” เย่เทียนเฉินยังไม่คิดจะยอมแพ้ จะอย่างไรเขาก็ไม่อยากเห็นตงฟางเมิ่งซึ่งเป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งตายไปแบบนี้
“ได้ ในเมื่อนายอยากช่วยเธอขนาดนี้ก็ใช้ชีวิตนายมาแลกเปลี่ยนเป็นยังไง?” จางอีเต๋อเอ่ยปากพูด
เย่เทียนเฉินตกตะลึง เขารู้สึกว่าจางอีเต๋อไม่ได้กำลังล้อเล่น แต่กำลังพูดจริง ในใจของผู้เฒ่าคนนี้มีความโกรธอยู่ เย่เทียนเฉินรู้ดี หากไม่ใช่เพราะเขาจางรั่วถงคงไม่หนีออกไปจากบ้าน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบร่องรอย
“ได้รับการไหว้วานจากผู้อื่นมาย่อมต้องทำอย่างจริงใจ ในเมื่อผมรับปากท่านผู้นำสูงสุดแล้วว่าจะปกป้องตงฟางเมิ่ง ผมก็จะทำให้ได้ ถ้าฆ่าผมแล้วช่วยเธอได้ งั้นผู้เฒ่าครับ คุณก็เข้ามาเลย!” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดอย่างหนักแน่นเด็ดเดี่ยว
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน จางอีเต๋อก็ส่ายหัว มองเย่เทียนเฉินแล้วพูดว่า “ฉันรู้สึกไร้ค่าแทนรั่วถงจริงๆ เสียสละเพื่อนายมากขนาดนั้น งั้นให้ฉันฆ่านายตัดควา