ิ่งเองก็เห็นเช่นกัน เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเย่เทียนเฉินเป็นใคร ทำไมถึงเสียสละชีวิตตนเองเพื่อช่วยเธอโดยไม่คิดเสียดาย
“เธออย่าพูดมั่วซั่วอีก ไม่ตายหรอก!” เย่เทียนเฉินมองไปยังตงฟางเมิ่งแล้วพูดขึ้น
“ฉันไม่กลัวตาย เพียงแต่เสียดายที่ไม่ได้ทำความปรารถนาของท่านอาจารย์ให้สำเร็จ พรรคสุสานโบราณของพวกเราก็ไม่มีคนสืบทอดแล้ว…” ตงฟางเมิ่งส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น
“เธอเป็นศิษย์ของพรรคสุสานโบราณเหรอ?” จางอีเต๋ออดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เดินมาเบื้องหน้าตงฟางเมิ่งแล้วเอ่ยถาม
“มีปัญหาอะไรเหรอคะ?” ตงฟางเมิ่งยังคงถามขึ้นด้วยท่าทางเย็นชา
“เดิมทีฉันไม่อยากช่วยเธอ แต่ในเมื่อเธอเป็นศิษย์ของพรรคสุสานโบราณ…”
ฟุ่บๆ จางอีเต๋อสกัดจุดลงไปบนไหล่ทั้งสองของตงฟางเมิ่งโดยพลัน ตงฟางเมิ่งสลบไป เย่เทียนเฉินที่ได้เห็นก็ตกตะลึง ไม่รู้ว่าจางอีเต๋อหมายความว่าอย่างไร ในตอนที่กำลังคิดจะเอ่ยปาก ไหนเลยจะรู้ว่าจางอีเต๋อกลับหันมามองเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันฆ่าเธอแล้ว นายยังอึ้งอะไรอยู่ ช่วยฉันย้ายศพเธอไปในห้องยาซะ!”
สามวันสามคืนแล้วที่เย่เทียนเฉินไม่ได้ไปจากบ้านตระกูลจางและไม่ได้ลงมือกับจางอีเต๋อ ส่วนจางอีเต๋อก็ไม่ได้ลงมือกับเขา ยามค่ำคืนหนาวเย็นดุจสายน้ำ เย่เทียนเฉินถือกาน้ำชานั่งอยู่บนเก้าอี้หินในลานบ้านตระกูลจางอยู่เช่นนั้น มองไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า เขาพลันขมวดคิ้วขึ้นมา พบว่าไม่เห็นดาวจักรพรรดิแล้ว นี่เป็นดาวที่ควรจะอยู่ใกล้ดาวโลกมากที่ส