ืองหลวง กลับไปยังที่ทำงาน แต่ละคนก็มีความโศกเศร้าของตัวเอง พ่อของเสี้ยวหยาก็มีความโศกเศร้าเช่นเดียวกัน แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป คนตายก็ตายไปแล้ว คนอยู่ก็ควรจะเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ยิ่งขึ้น มิฉะนั้นกระทั่งคนตายก็คงไม่อาจสงบใจ
เย่เทียนเฉินไม่ให้เสี้ยวหยากลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่ให้ตามเขากลับมาที่คฤหาสน์ด้วยกัน ในตอนที่เย่เทียนเฉินพาเสี้ยวหยากลับมา อู๋เสวี่ยและหูหลงก็กลับมาที่คฤหาสน์แล้ว และรออยู่นานแล้ว
“พี่ใหญ่!” เมื่อเห็นเย่เทียนเฉินพาเสี้ยวหยาเข้ามา อู๋เสวี่ยกับหูหลงก็รีบตะโกนเรียก
“อืม หยาเอ๋อร์ เธอขึ้นไปดูข้างบนก่อนเถอะ ฉันจะหารือกับพวกเขาสักหน่อย!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
เสี้ยวหยาพยักหน้า ถึงแม้เธอจะบอกกับตัวเองว่าให้เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ไม่ทำให้พ่อต้องเป็นห่วง ไม่ทำให้แม่ที่อยู่บนสวรรค์ต้องเป็นห่วง แต่ใครจะลืมการจากไปของครอบครัวจริงๆ ได้บ้าง? นี่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเยียวยาถึงจะเดินออกมาจากความเศร้าโศกได้
เมื่อเห็นเสี้ยวหยาเดินขึ้นไปชั้นสอง อู๋เสวี่ยและหูหลงก็ยิ้มขึ้นมา ให้ความรู้สึกราวกับว่าเย่เทียนเฉินไปล่อลวงน้องสาวตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้น เย่เทียนเฉินที่ได้เห็นก็รู้สึกอับจนคำพูดจนซัดสองคนนี้ไปคนละหมัด
“ว้าว ลูกพี่รวดเร็วจริงๆ เปลี่ยนคนอีกแล้ว!” อู๋เสวี่ยหัวเราะฮี่ๆ แล้วพูดขึ้น
“ผมล่ะอิจฉาพี่ใหญ่จริงๆ ข้างกายมักจะมีสาวงามไม่ขาดมือ น่าอิจฉาเกินไปแล้ว!” หูหลงก็พูดอย่างไม่สบอารม