ณ์
“พวกแกสองคนอย่ามาพูดจามั่วซั่วกับฉัน แม่ของหยาเอ๋อร์เพิ่งจะเสีย อารมณ์ของเธอไม่ดี พวกแกใครก็อย่าไปแกล้งเธอล่ะ ไม่งั้นอย่ามาหาว่าฉันไม่เกรงใจ!” เย่เทียนเฉินชกหมัดเข้าด้วยกันแล้วพูดขึ้น
อู๋เสวี่ยและหูหลงพากันแลบลิ้นออกมา ไม่กล้าพูดจามั่วซั่วอีก เห็นได้ชัดว่าพี่ใหญ่เย่เทียนเฉินจริงจังมาก ใครก็ไม่อยากกินมัดของเย่เทียนเฉิน
สิ่งที่ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกหดหู่ใจมากก็คือ ในตอนที่ยังไม่ได้ก่อตั้งกลุ่มสิบสามจ้าวสวรรค์ขึ้นมา เขาคิดว่าอู๋เสวี่ยและหวังเจี๋ยเป็นคนที่เคร่งขรึมจริงจังเหมือนกับทหารเลือดเหล็ก ทำตามคำสั่งอย่างเข้มงวด ไหนเลยจะรู้ว่าคนพวกนี้ติดตามตนได้ไม่นาน ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ขึ้นมาก็ยิ่งดูพึ่งพาไม่ได้ ดูท่าทางคนที่เป็นพี่ใหญ่มีนิสัยอย่างไร พี่น้องที่เป็นผู้ติดตามก็ไม่ต่างกัน
“พวกเรารู้แล้วครับพี่ใหญ่!” อู๋เสวี่ยเอ่ยปากพูด
“ตอนที่ฉันไม่อยู่พวกแกไปไหนกัน?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“พี่ใหญ่ ถึงแม้คฤหาสน์ใหญ่มาก แต่พวกเราพี่น้องก็อยู่กันด้านในก็ยังไม่ชินนัก อีกอย่างคุณมักจะพาสาวงามกลับมา คงไม่ค่อยสะดวกใช่ไหมครับ ดังนั้นพวกเราจึงคิดครู่หนึ่งแล้วย้ายออกมาทั้งหมด” หูหลงหัวเราะแล้วพูดขึ้น
“พวกแกล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย? คฤหาสน์นี้จ่ายไปกี่ร้อยล้านเพื่อซื้อมา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสระว่ายน้ำมีห้องฟิตเนสอะไรต่างๆ เนื้อที่ก็มีหลาย พัน ถึงแม้ตัวคฤหาสน์จะไม่ใหญ่ แต่ก็เป็