อความเมตตา
มีอานุภาพอันทรงพลังแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ มันกดทับจนพวกเขาหายใจไม่ออก ราวกับจะบดขยี้พวกเขาในวินาทีถัดไป
ต่อหน้าเทพเจ้า บางครั้งพละกำลังของมนุษย์ราวกับเม็ดข้าวในมหาสมุทร เล็กมากจนมองไม่เห็น
ราวกับว่าเฝ่ยไป๋ลู่ที่อยู่บนเนินสุสานสัมผัสได้ เธอมองไปทางหมู่บ้านสองสามครั้ง
ดวงตาเธอเข้มขึ้น
พวกคนทรยศชั่วร้ายกลุ่มนี้สมควรตายจริง ๆ!
……
นอกจากพลังชั่วร้ายกับโรคระบาด สถานการณ์ในหมู่บ้านเสี่ยวเหวินก็ได้รับการแก้ไขแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่และอีกสามคนก็ได้รับคะแนนจากการทำภารกิจสำเร็จ
ถึงเวลาที่พวกเขาควรจากไปแล้ว
วันออกเดินทาง ซูม่านม่านและซูจือซินตั้งใจมาส่งเฝ่ยไป๋ลู่
หลังจากกล่าวขอบคุณเสร็จแล้ว ซูจือซินชะงักไปชั่วครู่ เธอยื่นมือออกมาเผยให้เห็นเส้นด้ายสี่เส้นบนฝ่ามือ
“ฉันรู้ว่าตัวเองบาปหนา อีกสิบวันฉันจะออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน ปิดตัวฝึกฝน ทำความดีทุกวัน เพื่อชดใช้สิ่งที่ฉันเคยทำผิดต่อหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน”
“ฉันจะพกด้ายสีเงินสี่เส้นนี้ติดตัวไปทุกที่และจดจำที่คุณสอนฉันในคืนนั้น”
เฝ่ยไป๋ลู่นิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาที่ตั้งใจจริงทำให้เธอประทับใจจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเบา ๆ “แบบนี้ก็ดีค่ะ”
เมื่อได้รับการเห็นชอบจากเฝ่ยไป๋ลู่ ก็ราวกับซูจือซินได้รับการปลดเปลื้องจากภาระอันหนักอึ้ง เธอจึงถอนใจโล่งอก
โอกาสการให้อภัยที่หาได้ยาก เธอต้องคว้าเอาไว้ให้ดี!
ซูม่านม่านที่อยู่ข้าง ๆ ลดเปลือกตาลงเล็กน้อยเพื่อปกปิดอารม