ถกลับมาในทันทีได้ ถ้าโทรไปก็จะทำให้พ่อเป็นกังวลมากขึ้นเท่านั้น
เพียงแต่จะอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ในตอนที่เจอกับเรื่องที่แม่ของเธอใกล้จะสิ้นใจ ความเจ็บปวดในตอนนั้น ความกดดันนั้น อีกทั้งจิตใจที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรนั้น เป็นสิ่งที่คนปกติยากจะรับไหวจริงๆ เย่เทียนเฉินกลายเป็นเสาค้ำยันจิตใจของเสี้ยวหยาเพียงหนึ่งเดียว
“ไม่เป็นไร แม่ของเธอจะต้องไม่เป็นไร อย่าร้องเลย มีฉันอยู่!” เย่เทียนเฉินตบไหล่ของเสี้ยวหยาเบาๆ แล้วพูดปลอบใจ
ไม่พูดไม่ได้ว่าเสี้ยวหยาเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งคนหนึ่งหลัง จากสงบใจของตัวเองได้แล้วก็ฝืนยิ้มพูดกับเย่เทียนเฉินว่า “เทียนเฉิน ขอบคุณนายมากจริงๆ !”
“เด็กโง่ อย่ามาพูดคำพวกนี้กับฉันอีก ต่อไปฉันไม่อยากได้ยินคำว่าขอบคุณนี้อีกแล้วนะ!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนี้เอง ประตูห้องผ่าตัดถูกเปิดออก หมอที่สวมชุดขาวเดินออกมาจากด้านใน ในตอนที่ถอดผ้าปิดปากลงก็พบว่านั่นคือผู้อำนวยการหลิน ผู้อำนวยการหลินเห็นเย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ รีบพูดว่า “คุณชายเย่ คุณมาแล้วเหรอ?”
“อาการของคนป่วยเป็นยังไงบ้างครับ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยปากถาม
ผู้อำนวยการหลินมองเย่เทียนเฉินแล้วจึงมองไปที่เสี้ยวหยา ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากพูดอะไรไปชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ไม่ดี แม้มียาหลงสุ่ยที่ไม่สมบูรณ์ของจางอีเต๋อก็ยังทำให้อาการป่วยของแม่ของเสี้ยวหยาทรุดลงได้ นี่เป็นเพราะอาการป่วยของแม่ของเสี้ยวหยาไปถึงข