ินชิงเวยจึงพูดว่า “มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเป็นโจรเด็ดบุปผาคนหนึ่ง”
นายอำเภอมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับพอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ
หลินชิงเวยพูดอีก “พวกเราไปดูที่สกุลเหลิ่งเสียหน่อยว่ามีเบาะแสอะไรใหม่ๆ หรือไม่”
เหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในสกุลเหลิ่งนั้นรุนแรงยิ่งนัก แต่คุณหนูเหลิ่งดูเหมือนจะไม่บุบสลายอันใด ทว่าต้นเพลิงเกิดจากเรือนพักอาศัยของคุณหนูสกุลเหลิ่งเช่นกัน ด้วยเวลานั้นคุณหนูเหลิ่งไม่อยู่ในเรือน บังเอิญยิ่งนักที่คุณหนูเหลิ่งต้องไอเย็นในคืนนั้นจึงไปนอนในห้องของเหลิ่งฮูหยิน ดังนั้นนางจึงฟาดเคราะห์จากความโชคร้ายนี้ไปได้ แต่สาวใช้ในเรือนของคุณหนูเหลิ่งนอนหลับสนิทเกินไปจึงถูกไฟคลอกตาย
เพียงแต่คืนนั้นคุณหนูเหลิ่งไม่อยู่ในเรือน สาวใช้ไม่จำเป็นต้องยืนเฝ้ายามกลางคืนจึงเข้านอนแต่เช้า จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ากลางคืนมีผู้ต้องสงสัยปรากฏตัวขึ้นหรือไม่
วิ่งรอกอยู่ข้างนอกทั้งวัน รอเมื่องานของศาลาว่าการเสร็จสิ้นลงก็เป็นเวลาพลบค่ำ นายอำเภอเป็นคนอัธยาศัยดียิ่งจึงกล่าวว่า “ข้าได้ยินว่าหลายวันนี้พวกเจ้าล้วนพำนักอยู่ในเรือนของท่านผู้เฒ่าไป๋ วันนี้ทั้งวันลำบากแม่นางแล้ว ไม่สู้ข้าให้คนไปส่งแม่นางกลับจวนสกุลไป๋” เมื่อได้ท