วย ต้องขอความเห็นใจท่านผู้เฒ่าไป๋” เมื่อเห็นท่านผู้เฒ่าไป๋เงียบขรึมไม่เอ่ยวาจา หลีเช่อจึงรีบเรียกหลินชิงเวยและซินหรู ด้วยหวั่นใจลึกๆ ว่าท่านผู้เฒ่าไป๋จะเปลี่ยนใจ เขาพูดอีกว่า “ชิงเวย ซินหรู พวกเรารีบไปเถิด”
ขณะที่หลีเช่อหมุนกาย ท่านผู้เฒ่าไป๋พลันส่งเสียง “เจ้าหนุ่มช้าก่อน ต่อให้ทำผิดพลาดโดยไม่เจตนาก็ควรจะรับผิดชอบต่อความผิดที่ตนได้ก่อไว้ นี่จะจากไปเช่นนี้นับเป็นอะไรได้?”
หลีเช่อ “เพราะข้าเป็นคนกล้าทำไม่กล้ารับเช่นนี้อย่างไรเล่า เป็นท่านผู้เฒ่าไป๋ที่มองคนผิดไป”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ความผูกพันนั้นสามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ เวลานี้ทั้งสองฝ่ายอาจจะมองเห็นอีกฝ่ายขัดหูขัดตา ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะชอบพอคู่แค้นของตนก็เป็นได้ เรื่องของวาสนานั้นเป็นเรื่องไม่แน่นอน ตามที่ข้าเห็น ไม่สู้พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวก่อน เจ้าหนุ่มและเนี่ยนเอ๋อร์ของข้าจะได้ค่อยๆ ทำความรู้จักกัน แล้วค่อยมาคุยเรื่องอื่นกันภายหลัง”
หลีเช่อกำลังคิดจะอ้าปากโต้แย้ง ท่านผู้เฒ่าไป๋กลับเป็นคนฉลาดยิ่งคนหนึ่ง เขามองออกว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้เป็นหลินชิงเวยที่นั่งเงียบๆ อยู่ในโถงบุปผาต่างหาก เขาจึงถามหลินชิงเวย “แม่นางคิดเห็นอย่างไร?”