นี้มีต่อนางประหนึ่งเป็นคนแปลกหน้า ในใจนางรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว สุ่ยฉ่ายชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาอันใดน้ำตาก็ไหลพรากลงมาเสียก่อน แต่นางยังคงฝืนใจแสร้งยิ้ม “เยี่ยน กลับมาอย่างมิง่ายดาย ดึกดื่นเช่นนี้แล้วยังจะไปที่ใดอีกเล่า?”
เซียวเยี่ยนพูดกับนางอย่างไม่ปิดบัง เขาหลุบดวงตาลงมองนางด้วยสายตาเย็นชา “เปิ่นหวางจะไปจากเมืองหลวง หากเจ้าไม่มีเรื่องใดก็อาศัยอยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ให้ดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม”
สุ่ยฉ่ายชิงถาม “เช่นนั้นท่านไปจากเมืองหลวงแล้วจะไปที่ใดเล่า? ท่านจะกลับมาเมื่อใด?”
เซียวเยี่ยน “กำหนดการกลับมายังไม่แน่นอน อาจจะไปเป็นเวลาหลายเดือน หลายปี หรืออาจจะไม่กลับมา” เขาทิ้งจวนอ๋องไว้ให้สุ่ยฉ่ายชิง ถือได้ว่าให้นางได้มีสถานที่สำหรับหลบลมหลบแดด นางสามารถครอบครองจวนอ๋องหลังนี้ประหนึ่งเป็นบ้านเรือนของนางเอง นางสามารถใช้ชีวิตอยู่ในจวนอ๋องในฐานะประมุขของจวน สั่งการข้ารับใช้ภายในจวนได้ตามอำเภอใจ บัดนี้ย่อมแก้ไขปัญหาเรื่องที่นางต้องมีชีวิตอยู่เพียงลำพังอย่างไร้ที่พึ่ง
สุ่ยฉ่ายชิงได้ยินเช่นนั้นหน้าเปลี่ยนสีทันที นางพูดปากสั่น “ไฉน…ไปนานเช่นนี้? หร