น้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาทั้งคู่นั้นแดงก่ำ “เจิ้นบอกว่านางตายไปแล้ว เหตุใดท่านจึงไม่เชื่อ?”
เซียวเยี่ยนชะงักย่างก้าว “เพราะฝ่าบาทเองไม่ทรงเชื่อเช่นกัน ดังนั้นข้าจึงไม่เชื่อ” เมื่อแรกนั้นเขาสูญเสียสติสัมปชัญญะจึงถูกความคลุ้มคลั่งบดบังทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ คิดว่าชั่วชีวิตนี้เขาคงหานางไม่พบอีกแล้ว เมื่อเรื่องราวผ่านพ้นไปและเขาได้สงบสติอารมณ์ลง ไตร่ตรองดูจึงพบเห็นพิรุธที่แฝงอยู่ในนั้น
คาดว่านางคงไม่เหลือเยื่อใยต่อเขาแม้เพียงครึ่งส่วน ดังนั้นแม้กระทั่งประโยคกล่าวลาเพียงประโยคหนึ่งจึงกลายเป็นการจากลาตลอดกาล เขาตกอยู่ในสภาวะขาดสติอย่างสิ้นเชิงจึงไม่พบว่าเซียวจิ่นมีท่าทีสงบนิ่งและไม่เจ็บปวดอันใด
เขารู้ว่าเซียวจิ่นใส่ใจหลินชิงเวย เซียวจิ่นไม่มีทางใจเย็นเช่นนี้ นอกจากหลินชิงเวยยังไม่ตาย ขอเพียงมีความตั้งใจ เขาย่อมหาเบาะแสการมีชีวิตอยู่ของหลินชิงเวยในวังหลวงพบแน่นอน
ก่อนหน้านี้ระยะหนึ่ง เซียวจิ่นมักจะยุ่งและไม่อยู่ในวัง เพราะเหตุใดเล่า?
เซียวเยี่ยนคิดไม่ถึงว่าตัวเขาจะมีวันหนึ่งที่ยึดติดต่อคนผู้หนึ่งเช่นนี้
ในเมื่อเซียวจิ่นไม่มีทางเชื่อใจเขาอีกแล้ว ขอเพียงเขาไม่เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องย่อมทำให้