วว่าเซียวเยี่ยนได้ย้ายออกมาจากตำหนักอวี้หลิงแล้วก็ตาม ทว่าตั้งแต่เช้าจนค่ำ การที่จะได้พบเขาในจวนอ๋องนั้นแทบจะนับครั้งได้
วันนี้เขาเข้าวังหลวง เสื้อคลุมสีม่วงหม่นขับให้รูปร่างของเขาสูงใหญ่ยิ่งขึ้น เขาเดินผ่านวังหลวงราวกับเป็นทัศนียภาพอันงดงาม เงาร่างเขาของมีความเย็นชาเพิ่มขึ้นหลายส่วน ทั้งๆ ที่เข้าสู่ฤดูคิมหันต์แล้ว ทว่ากลับสัมผัสถึงบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิจากร่างของเขา
เขาเข้าพบฮ่องเต้เซียวจิ่นในตำหนักซวี่หยางเพื่อส่งมอบตราประทับของเซ่อเจิ้งอ๋อง ตราประทับถูกห่อด้วยผ้าไหมสีเหลืองสว่างวางอยู่ในมือของเขา
ขณะเดียวกันเซียวจิ่นหมุนกายกลับมามองตราประทับนั้นเป็นสิ่งแรกแล้วจึงมองเซียวเยี่ยนเป็นลำดับถัดมา ดวงตาอบอุ่นประดุจหยกคู่นั้นเปลี่ยนไปมา สุดท้ายถามขึ้นว่า “นี่เสด็จอาหมายความอย่างไรกัน?”
เซียวเยี่ยน “ตามข้อตกลงระหว่างกระหม่อมและอดีตฮ่องเต้ เมื่อต้าเซี่ยสงบสุข ประชาชนกินดีอยู่ดี ฝ่าบาทสามารถบริหารงานราชกิจและราชสำนักมั่นคงด้วยพระองค์เองแล้ว นั่นเป็นวันที่กระหม่อมต้องคืนตราประทับเซ่อเจิ้งอ๋อง ขอฝ่าบาทรับตราประทับเซ่อเจิ้งอ๋องกลับคืนไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวจิ่นพูดเสียงอ่อน “ท่านรู้ดีว่าเจิ้นนับถือเสด็จอามาตลอ