อืม”
“ความรู้สึกชนิดนั้น เจ้าไม่เข้าใจหรอก” เขาเอียงหน้ามามองหลินชิงเวยนิ่งๆ “ไฉนเจ้าจึงออกมาเล่า?”
“ดูเหมือนข้าจำไม่ได้ว่าเจ้าเรียกข้าออกมา”
“แต่เจ้ารู้ดีว่าข้ามีเรื่องจะสนทนากับเจ้า เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ พูดไม่สะดวกนัก มีเพียงหาที่สงบๆ สนทนากับเจ้า เจ้าน่าจะเดาได้นี่นา”
“ข้าไม่ชอบคาดเดาความในใจของผู้อื่น”
“แต่เจ้ายังคงออกมามิใช่หรือ แม้จะมาช้าสักหน่อยก็ตาม”
หลินชิงเวยหัวเราะ “หากข้าไม่ออกมา เจ้าจะนั่งรออยู่ที่นี่จนฟ้าสางหรือ?”
“ยามดึกสภาพอากาศบนภูเขาหนาวยิ่ง ข้าไม่ทรมานตัวเองถึงขั้นนั้น” เขาปลดเสื้อคลุมตัวนอกของตนแล้วคลุมลงบนไหล่บอบบางของหลินชิงเวยเบาๆ
หลินชิงเวยตะลึงงัน หลีเช่อกลับเกรงว่านางจะปฏิเสธ มือทั้งคู่ของเขาจึงกดลงบนไหล่ของนางเบาๆ “อากาศเย็น เจ้าอย่าต้องไอเย็นอีกเลย”
“ขอบคุณมาก” หลินชิงเวยตอบเสียงค่อย
“เจ้าไม่ต้องเกรงใจข้าเช่นนี้” หลีเช่อรู้สึกพึงพอใจโดยปราศจากสาเหตุ
“เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าก็พูดตรงๆ เถิด” หลินชิงเวยกล่าว
เขาก้มหน้าลงมองปลายนิ้วที่อยู่ไม่นิ่งของตนครู่หนึ่งจะเอ่ยว่า “เรื่องครั้งก่อน...”
“ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วมิใช่หรือ” หลินชิงตัดบทคำพูดของเขา
เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้า