ผิดใช่หรือไม่?”
หลีเช่อ “ถูกต้อง ข้าคิดอยู่เหตุใดบนเตียงมีคนนอนอยู่คนหนึ่ง ยังคิดว่านี่เป็นบริการพิเศษของที่นี่เสียอีก ประตูนี้ไม่ปลอดภัยเกินไปแล้ว กระทั่งข้าก็เปิดได้ กลางค่ำกลางคืนป้องกันไฟไหม้ ป้องกันขโมยไม่ได้แม้แต่น้อย”
หลินชิงเวยกลับเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้ง นางเอนกายพิงหัวเตียง “เหตุใดเจ้าจึงมาดึกดื่นเช่นนี้?”
หลีเช่อ “ข้าออกเดินทางตั้งแต่เช้า แต่สถานที่แห่งนี้หายากเหลือเกิน ระหว่างทางข้าหลงทางด้วย จึงหาสถานที่แห่งนี้พบอย่างมิง่ายดายนัก”
หลินชิงเวยหันไปมองเซียวอี้ “ท่านให้เขามาที่นี่?”
เซียวอี้พูดกลั้วหัวเราะ “กลัวเจ้าเบื่อหน่าย”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงมองเซียวอี้ หากนางเชื่อคำพูดของเขาก็แปลกแล้ว
เซียวอี้กลับห้องไปนอนก่อน หลินชิงเวยเห็นรอยช้ำเขียวบนมือของหลีเช่อ ในใจนางจึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง “ขอโทษ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเจ้า” นางดูเหมือนจะพบว่าสายตาที่หลีเช่อมองนางเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ตรองดูแล้วน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อสักครู่ นางมิได้ออมมือแม้ครึ่งส่วน คงทำให้เขาตื่นตระหนกตกใจแล้วจริงๆ ยามนี้ดูเหมือนมีท่าทีห่างเหินเล็กน้อย
ดวงตาของหลีเช่อที่มองนางไหววูบ เนิ่นนานจึงปริปาก “สตรีช่างน่ากล