ัว”
หลินชิงเวยยักไหล่ หัวเราะอย่างจนใจ “ออกจากเรือนมาอยู่ข้างนอก หากไม่มีการป้องกันตัวเลยย่อมเสียเปรียบอย่างง่ายดาย เจ้าโปรดเข้าใจด้วย” นางกวักมือให้หลีเช่อ “มานี่ ให้ข้าดูมือของเจ้า ข้าคิดว่าข้าบิดข้อมือของเจ้าหลุด”
“…ไม่หรอก”
หลีเช่อมองนางด้วยสายตาที่ใช้มองแม่เสือ หลินชิงเวยพยายามใช้ไม้อ่อน ในที่สุดก็ทำให้หลีเช่อมานั่งริมเตียงนางได้สำเร็จ
หลินชิงเวยเพิ่งจะแตะถูกข้อมือของเขาก็เลิกคิ้วถามเขาว่า “ข้าทำให้เจ้าตกใจถึงเพียงนั้น?”
“เมื่อสักครู่เจ้าคิดจะสังหารข้าให้ตายกระมัง…หา!”
หลินชิงเวยฉวยโอกาสตอนที่เขาหันเหความสนใจไปเรื่องอื่น บิดข้อมือของเขาเข้าที่อย่างรวดเร็ว ทั้งยังใช้ปลายนิ้วนวดคลึงรอบข้อมือเขาเบาๆ แม้เริ่มแรกจะเจ็บอยู่บ้าง ทว่าความเจ็บปวดนั้นค่อยๆ บรรเทาเบาบางลงไป มีความรู้สึกชาและบวมเล็กน้อย แม้หลีเช่อจะไม่อยากยอมรับ แต่มัน…สบายตัว
หลินชิงเวยก้มหน้า “หากเป็นคนอื่น ข้าอาจจะสังหารเขา แต่กับเจ้า ข้าไม่” นางพูดเนิบๆทว่าในน้ำเสียงกลับทำให้คนรู้สึกเชื่ออย่างมิอาจบรรยายได้
ในใจหลีเช่อมีความรู้สึกนับหมื่นโถมเข้ามา ดูเหมือนตนเองในสายตาของนางต่างจากผู้อื่น ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นให้ความสำคัญ ถูกคนผู้