หลินชิงเวยมุมปากกระตุกอย่างมิยี่หระ “เซียวอี้ ท่านคิดง่ายเกินไปหรือไม่ ไม่ทราบว่าทหารจำนวนหนึ่งหมื่นนายนั้น ล้วนมีเป็นทหารฝีมือดีทั้งสิ้น? ล้วนได้ผ่านการเตรียมการอย่างรอบ บคอบแล้ว?”
แม่ทัพซุนกล่าว “เรื่องนี้แม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ข้าผู้แซ่ซุนกรำศึกมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี กำลังทหารหนึ่งหมื่นนายสามารถรับมือทหารหนึ่งถึงสองหมื่นนายได้ไม่มีปัญหา”
ทว่าทหารของกองทหารรักษาพระองค์ล้วนเป็นทหารฝีมือมือดีทุกนายเช่นกัน
หลินชิงเวยเงียบขรึมเนิ่นนาน เซียวอี้กำลังรอคำตอบของนาง
รอกระทั่งน้ำชาเย็นชืด นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเซียวอี้ด้วยสายตาสงบนิ่ง “หากท่านอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน เป็นท่านอ๋องว่างงานแต่ในนามคงไม่จำเป็นต้องหารือเรื่องนี้ หากท่านเริ่ มเดินหมากก้าวนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางเลือกให้ท่านหันหลังกลับเป็นแน่ คนแซ่เซียว ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะหันหลังให้เส้นทางรอดอื่นๆ?”
เซียวอี้ชี้ไปยังทิศทางของท้องพระโรง ณ ตำแหน่งตรงกลางของท้องพระโรงมีบัลลังก์มังกรวางอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่เขาปรารถนากระทั่งในความฝัน
เซียวอี้หัวเราะกับนาง “หากมิใช่สิ่งที่ใจข้ามุ่งมั่นปรารถนา ข้าไหนเลยจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเช่นนี้ แล้วไยจึงต้องพาเจ้ามายังสถาน