ล้วบุรุษอีกสองคนล้วนเป็นคนสำรวมกิริยายิ่ง ไม่มีลักษณะเช่นคนชอบเอ่ยวาจาหยอกล้อผู้อื่น บุคลิกลักษณะเช่นนี้ หลิ นชิงเวยเคยเห็นจากแม่ทัพเฉินเหยียนจือระหว่างอยู่หนานเจียง
พวกเขาทุกคนล้วนเป็นทหาร
เมื่อเทียบกันแล้ว เซียวอี้เป็นบุรุษเจ้าสำราญและเสเพลกว่ามาก เขาดึงหลินชิงเวยเข้ามานั่งลง ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มหยอกเย้า “ช่วยไม่ได้ ข้าผู้แซ่เซียวชอบแบบนี้” พูดแล้วเขาก็ หันมามองหลินชิงเวย “เวยเวย ข้าแนะนำให้เจ้ารู้จัก” เขาชี้ไปที่บุรุษผู้นั่งอยู่ตรงกลาง “ท่านนี้คือ แม่ทัพซุน ผู้รับผิดชอบหน่วยทหารลับสามมณฑลเขตบูรพา สองท่านนี้คือรองแม่ทัพ พของแม่ทัพซุน”
หลังจากทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกันตามมารยาท จึงเริ่มกินอาหาร
บนโต๊ะอาหารพวกเขาเพียงแต่กินอาหารดื่มสุราอย่างเบิกบานใจโดยมิได้เอ่ยถึงเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางการแม้แต่น้อย มื้อกลางวัน หลินชิงเวยกินเพียงอาหารแห้งเล็กน้อย ยามนี้นางห หิวแล้วจริงๆ จึงตั้งอกตั้งใจกินอาหารอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ทว่าบนโต๊ะอาหารมีสายคู่หนึ่งจ้องนางเขม็งมิวางตา ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจยิ่งยวด
การเดินทางทั้งวันทำให้หลินชิงเวยรู้สึกเหนื่อยล้า หลังอาหารเซียวอี้พานางไปยังห้องที่ตระเตรียมไว้ให้