เวลานี้เป็นเวลาพลบค่ำ ใกล้จะถึงเวลากินอาหารเย็นแล้ว
หลินชิงเวยยังไม่เห็นตัวคน ทว่าได้ยินเสียงของคนก่อน ต่อมาจึงได้ยินเสียงหัวเราะดังก้องลอยออกมา นางมองไปตามเสียงคิดไม่ถึงว่าในห้องจะมีบุรุษนั่งอยู่ถึงสามคน ล้วนเป็นบุรุษใน วัยกลางคนทั้งสิ้น แต่ละคนสวมอาภรณ์ผ้าแพรชั้นดีอยู่บนร่าง ย่อมเป็นคนฐานะไม่ธรรมดาอย่างไร้ข้อกังขา และสายตาของแต่ละคนเป็นผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว เห็นอะไรในชีวิตมามากมาย
ห้องนี้เป็นห้องชุดห้องหนึ่ง ข้างในมีขนาดกว้างขวาง มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่ตัวหนึ่ง ยามนี้บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้านอันหอมหวน
พวกเขาเห็นเซียวอี้เข้ามาจึงค่อยๆ ลุกขึ้นต้อนรับ บุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางหัวเราะเสียงดัง เขาพูดกับเซียวอี้ “ข้าพูดว่าเวลานี้เซี่ยนอ๋องควรจะมาถึงแล้ว เห็นหรือยัง เพิ่งจะขึ้นกั บข้าว เซี่ยนอ๋องก็มาถึงทันที”
คนที่ยืนด้านข้างคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ยังพาโฉมสะคราญมาหนึ่งท่านด้วย”
หลินชิงเวยยืนอยู่ด้านหลังเซียวอี้ มองบุรุษที่กำลังเอ่ยวาจา กล่าวพูดจาล่วงเกิน สีหน้าบนใบหน้านั้นก็เช่นเดียวกัน ทันทีวาจานี้ถูกเปล่งออกไป แม้เซียวอี้จะไม่ได้พูดอะไร ทว่า บุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางกลับขึงตาส่งสัญญาณตักเตือนเขา นอกจากเขาแ