ำหนักอวี้หลิง แต่เป็นคนของฮ่องเต้ หากไทเฮาต้องการพิพากษาความผิดต่อนาง ยังต้องพิจารณาใคร่ครวญสองส่วน อี กทั้งนางยังเป็นฝ่ายก้าวออกมาชี้แจงเรื่องราวด้วยตนเอง อย่างไรก็เป็นการสร้างความชอบ ลบล้างความผิด
ส่วนสุ่ยฉ่ายชิงนั้นคาดไม่ถึงว่าชูซวงจะถึงกับซัดทอดนาง
ในเมื่อชูซวงเป็นคนที่ฮ่องเต้ส่งมา นางย่อมไม่เหมือนฉ่ายอวิ๋นในอดีต นับตั้งแต่วันที่นางเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ หัวหน้าขันทียังได้กำชับนางว่าต้องแยกแยะให้ออกว่าสิ่งใดถูก สิ่ งใดผิด จะปล่อยให้เหตุการณ์เช่นครั้งก่อนที่สุ่ยฉ่ายชิงอาการป่วยกำเริบแล้วกล่าวโทษหลินชิงเวยเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งไม่ได้
ดังนั้นระหว่างที่นางปรนนิบัติสุ่ยฉ่ายชิงในระยะเวลาหลายวันนี้จึงไม่ได้ถูกระแวงสงสัยแม้แต่น้อย และเป็นเพียงการดูแลแม่นางคนหนึ่ง สุ่ยฉ่ายชิงเองไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ เช่นกัน เพียงแต่สุ่ยฉ่ายชิงยังไม่ทันได้ให้ร้ายป้ายสีผู้ใด ตัวนางเองกลับกระทำเรื่องไม่อาจพบหน้าผู้คนขึ้นมาเสียก่อน
สายตาของคนทั้งหมดมองไปที่สุ่ยฉ่ายชิง
ไทเฮาพูดด้วยน้ำเสียงคมปลาบ “เวลานี้ถึงคราเปิ่นกงถามเจ้าบ้างแล้ว ยามนี้พยานบุคคลและหลักฐานพร้อมมูล เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่!”
ดวงตาทั้งคู่ของสุ่ยฉ่ายชิงเบิ