ไม่ค่อยเชื่อ”
เซียวเยี่ยนขมวดคิ้วมองหลีเช่อด้วยสายตาคมปลาบปราดหนึ่ง “เรื่องราวยังไม่มีข้อสรุป อย่าได้พูดจาตัดสินส่งเดช”
หลีเช่อไม่ยี่หระต่อสายตาคมปลาบที่เซ่อเจิ้งอ๋องมองมา หากกล่าวว่าเขาเกรงว่าจะเป็นการท้าทายอำนาจของราชนิกุลเช่นเซียวอี้ เหตุใดยามนี้เขาจึงไม่กริ่งเกรงต่ออำนาจของเซ่อเจิ้งอ๋องแม้เพียงครึ่งส่วน? อาจเป็นเพราะได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องมีพฤติกรรมที่ทำให้บุรุษต้องขายขี้หน้ามากมาย ทั้งยังได้ยินหลินชิงเวยพูดจาไม่เกรงใจเซ่อเจิ้งอ๋องในยามปกติ เช่นนั้นเขายังต้องกลัวด้วยหรือ อย่างไรก็มีหลินชิงเวยคอยรับผิดชอบ
ดังนั้นหลีเช่อจึงบีบนวดไหล่ของหลินชิงเวย “อยากจะได้ข้อสรุปจะยากอะไร ในเมื่อแม่นางสุ่ยบอกว่านางไม่ได้ขโมย เหตุใดจึงไม่ให้คนเข้าไปค้นในห้องเล่า? ความซื่อสัตย์อันใด ความสูงส่งอันใด เมื่ออยู่ต่อหน้าความบริสุทธิ์ใจแล้วโปรดวางลงก่อนเถิด ทางหนึ่งพูดว่าตัวเองไม่อยากถูกผู้อื่นใส่ร้ายป้ายสี อีกทางหนึ่งกลับมิให้ผู้อื่นพิสูจน์ความจริง นี่มิใช่ย้อนแย้งในตัวเองหรอกหรือ? อย่าได้พูดว่าเป็นคนต้อยต่ำไร้ยศศักดิ์จึงถูกดูแคลน พูดว่าเจ้าเป็นคนต้อยต่ำไร้ยศศักดิ์นั้นไม่ผิด แต่หากจะพูดถึงดูถูกดูแคลนแล้วไม่ได้มีค