วามเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย”
สุ่ยฉ่ายชิงถึงกับตอบโต้กลับไปไม่เป็น
ไทเฮามองหลีเช่อปราดหนึ่ง “เปิ่นกงคิดว่าบ่าวของตำหนักฉางเหยี่ยนกระจ่างแจ้งและเข้าใจเหตุผลกว่าบ่าวในตำหนักอวี้หลิงเสียอีก อย่างไรเล่า เซ่อเจิ้งอ๋อง วันนี้จะอนุญาตให้เปิ่นกงค้นห้องของนางหรือไม่? มิใช่ต้องการคืนความบริสุทธิ์ใจให้นางหรอกหรือ หากไม่ยอมให้ค้น ก็อย่าได้กล่าวโทษที่เปิ่นกงจะสลักชื่อนางว่าเป็นหัวขโมย พูดอย่างไรก็เป็นถึงบุตรสาวของอดีตราชครู หากเรื่องนี้แพร่ออกไปคิดว่าอย่างไรก็ไม่น่าฟังนักกระมัง”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดทั้งน้ำตาคลอ “ไม่เคยทำก็คือไม่เคยทำ” นางมองเงาร่างสูงใหญ่ด้านหลังของเซียวเยี่ยน “ข้าไม่ต้องการสร้างความลำบากใจให้กับเยี่ยน ในเมื่อไทเฮาต้องการค้นเช่นนั้นก็เข้าไปค้นเถิด หากค้นแล้วไม่พบ ไทเฮาที่มีฐานะสูงส่งเช่นนี้ก็ควรขอขมาข้าด้วย”
“ได้!” หลีเช่อที่กำลังแทะเมล็ดแตงโมอยู่เริ่มปรบมือรัวๆ “นี่จึงจะเรียกว่าความซื่อสัตย์! แม่นางสุ่ย แม่นางของข้าเป็นกำลังใจให้ท่าน!”
หลินชิงเวยมุมปากกระตุก นางหันมามองหลีเช่อแวบหนึ่ง “อย่าพูดจาส่งเดช ข้าให้กำลังใจนางตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
สองนายบ่าวนี้กลั่นแกล้งผู้อื่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ของตนเอ