งจริงๆ
เซียวเยี่ยนไม่พูดอันใดเช่นกัน เขาเพียงแต่พยักหน้าให้นางกำนัลของตำหนักอวี้หลิง บรรดานางกำนัลจึงพากันถอยออกไป
ไทเฮารับสั่งให้ขันทีหลายคนเข้าไปตรวจค้นในห้องของสุ่ยฉ่ายชิง กระทั่งมุมเก้าอี้ขอบโต๊ะก็ไม่ละเว้น
เวลานี้ชูซวงได้กลับมายืนข้างกายสุ่ยฉ่ายชิงอย่างเงียบเชียบ เพื่อรอผลสรุป
สุ่ยฉ่ายชิงขมวดคิ้วมองชูซวงแวบหนึ่ง ความนัยในสายตานั้นดูเหมือนคล้ายมีคำพูดที่ยังพูดไม่จบและคลุมเครือ
หลินชิงเวยสังเกตเห็นสายตาของสุ่ยฉ่ายชิง คิดว่าชักจะน่าสนใจขึ้นบ้างแล้ว แต่ที่ทำให้นางรู้สึกสนใจยิ่งกว่ากลับเป็นสายตาของชูซวงผู้นั้น
รออยู่ครู่หนึ่ง ขันทีทำการค้นหาในห้องพักหนึ่งจนแทบจะพลิกห้องชี้ขึ้นฟ้า ในที่สุดขันทีก็ตรวจค้นเสร็จแล้วเดินออกมา พร้อมกับวางสิ่งของออกมากองหนึ่ง “ทูลไทเฮา ขวดกระเบื้องในห้องทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
สุ่ยฉ่ายชิงจับจ้องสายตามองไปแล้วรู้สึกวางใจไปเปลาะหนึ่ง
ขวดกระเบื้องเหล่านั้นมีลวดลายดอกไม้สีเขียวบนพื้นสีขาว ดอกไม้สีแดงพื้นสีขาว ส่วนใหญ่ล้วนใส่ยาและขี้ผึ้งที่สำนักหมอหลวงจัดมาให้ ไม่มีแม้แต่ขวดเดียวที่เป็นสีเขียวล้วน
ดูท่าแล้วคนของไทเฮาไม่อาจค้นหาขี้ผึ้งบำรุงผิวพรรณออกมาได้ ชัดเจน