เดินไปถึงข้างประตู สุ่ยฉ่ายชิงรู้ดีว่าตนเองไม่อาจซ่อนตัวได้จึงเปิดประตูห้อง ร่างของนางยืนอยู่ตรงกลางกรอบประตูในอาภรณ์สีขาวยาวระไปกับพื้นประดุจดอกบัว วสีขาวที่ส่ายไหวเล็กน้อย
ใบหน้าของนางยังคงสวมผ้าโปร่งเอาไว้ นางถวายพระพรไทเฮาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฉ่ายชิงถวายพระพรไทเฮาเพคะ” นางเงยหน้าขึ้นมองขันทีสองคนที่ก้าวขึ้นมาข้างหน้าด้วยท่าทีหวาดก กลัว “ไทเฮาเข้ามาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ ฉ่ายชิงทำความผิดอันใดเพคะ?”
ไทเฮาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เปิ่นกงรู้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้วว่าเจ้าเสแสร้งมารยาเก่ง มาบัดนี้เจ้ายังคิดจะเสแสร้งต่อหน้าเปิ่นกงอีกหรือ?! บุรุษพวกนั้นอาจจะถูกเจ้าหลอกเสียจนหั วหมุน แต่เปิ่นกงกระจ่างแจ้งดียิ่งว่าเจ้าเป็นคนอย่างไร! เมื่อก่อนเจ้าอาศัยที่เซ่อเจิ้งอ๋องและอดีตฮ่องเต้หนุนหลังเจ้า มาบัดนี้เปิ่นกงอยากจะดูนักว่า วันนี้ยังมีใครหนุนหลังเจ้า าอีก!”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดด้วยท่าทีน่าเวทนา “ไม่ทราบว่าฉ่ายชิงทำผิดอันใดเพคะ ไทเฮาจึงได้ตรัสวาจาดูหมิ่นดูแคลนเช่นนี้?”
เมื่อหลีเช่อและหลินชิงเวยมาดูงิ้วฉากสนุกที่ตำหนักอวี้หลิง ประจวบเหมาะกับทันได้ยินไทเฮาด่าทอด้วยคำพูดดูแคลนเช่นนี้ และทันได้เห็นท่าทางอ่อนแอ