มาบัดนี้ตนเองกลับต้องเป็นคนที่ต้องลงมาเล่นเอง แล้วยังต้องให้หลินชิงเวยมานั่งดูเสือสองตัวต่อสู้กัน
ในใจของไทเฮาจะรู้สึกยินยอมได้อย่างไร
หลีเช่อประคองหัวไหล่หลินชิงเวยแล้วออกแรงกด บังคับให้นางนั่งลง เขาพูดกับไทเฮาว่า “ไทเฮาโปรดผ่อนคลายเพคะ แม่นางของข้าเพียงแต่เดินผ่านมามิได้มีเจตนาร้ายอันใด ไทเฮาทรงคิดเส สียว่าพวกเราไม่มีตัวตนก็พอเพคะ”
ไทเฮาถลึงตาใส่หลีเช่อ “บ่าวอย่างเจ้ามีโอกาสพูดจาตั้งแต่เมื่อใดกัน”
หลินชิงเวยพูดเรียบ “เขาพูดถูกต้องแล้วเพคะ เชิญไทเฮาตามสบายเพคะ”
ไทเฮาย่อมรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา นางจึงไม่ติดใจเอาความกับหลินชิงเวยแล้วหันหน้าพยักพเยิดปลายคางไปที่สุ่ยฉ่ายชิงแล้วรับสั่งกับขันทีสองคน “พวกเจ้าสองคน เข้าไปค้น!”
สุ่ยฉ่ายชิงยืนขวางประตูทางเข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้ขันทีเข้าไป นางพูดว่า “ไทเฮาเหนียงเหนียงทรงต้องการตรวจค้นห้องของฉ่ายชิงโดยไม่แยกแยะถูกผิดดำขาวเช่นนี้ ฉ่ายชิงทำผิดอ อันใดต่อไทเฮาเพคะ? เป็นเพราะฉ่ายชิงมิใช่คนของตำหนักใน ไทเฮาจึงดูถูกฉ่ายชิงเช่นนี้หรือเพคะ?”
ไทเฮาแค่นหัวเราะเสียงเย็นอีกครั้ง “ทำผิดอันใดต่อเปิ่นกงกันแน่ ประเดี๋ยวรอเปิ่นกงตรวจค้นพบสิ่งของแล้วค่อยมาจั