งไวอยู่เป็นนิตย์ เพียงแค่ชั่วระยะเวลาเพี ยงกะพริบตา ปลายนิ้วของเขากระตุกปลดผ้าโปร่งที่ปิดใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงลงมาอย่างรวดเร็ว…เมื่อสุ่ยฉ่ายชิงได้สตินั้น หลีเช่อได้เร้นตัวเข้าไปในกลุ่มของนางรำกลับมายืนข้างก กายหลินชิงเวยเสียแล้ว
พลันมีเสียงกรีดร้องแหลมขึ้นมาในงานเลี้ยง ทำให้แขกเหรื่อในงานเกือบจะเข้าใจว่ามีผู้บุกรุก
สุ่ยฉ่ายชิงพยายามปกปิดใบหน้าของตนสุดชีวิต แล้วร้องขึ้นว่า “ผ้าโปร่งของข้าเล่า? ผ้าโปร่งของข้าเล่า?” นางหาไปทั่วบริเวณ ทว่ากลับหาผ้าโปร่งสีขาวราวหิมะไม่พบ
เวลานี้ทั้งนางรำและนักดนตรีล้วนถอยออกไปหมดแล้ว ใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงจึงปรากฏแก่สายตาของทุกคนในงานเลี้ยง ไม่ว่านางจะปิดบังอย่างไรก็ปิดไม่มิด
แขกในงานเลี้ยงสูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นตกใจ สุ่ยฉ่ายชิงร่ำไห้อยู่ในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยน นางไม่มีหน้าจะเงยหน้าขึ้นมาพบผู้คน ได้แต่ร่ำไห้และพูดว่า “เยี่ยน ผ้าโปร่งของข้า าเล่า…”
“น่าเสียดายใบหน้างดงามปานล่มเมืองของแม่นางสุ่ย คิดไม่ถึงว่าบัดนี้จะมีสภาพทำให้ผู้อื่นตื่นตระหนกได้ถึงเพียงนี้” ต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง ผู้ใดจะกล้าพูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้ แน่นอนว่า าคำพูดนี้เป็นไทเฮาที่ตรัสออกมา บนใบหน้าขอ