ยู่เสมอว่าเซียวเยี่ยนรู้แล้ว แต่เขากลับมิได้เปิดโปงเรื่องนี้ออกมา เป็นเพราะต้องการปกป้องนาง ไม่อยากทำให้นางต้องเสียหน้า หรือ?
ความคิดเช่นนี้จึงเหมือนหนามแหลมที่เข้าทิ่มแทงหัวใจของสุ่ยฉ่ายชิง
ส่งผลให้ต่อมานางล้มป่วยลงอีกครั้ง
ยามนี้หลินชิงเวยและหลีเช่อเดินเล่นในอุทยานหลวงจนเหน็ดเหนื่อย จึงนั่งพักที่โต๊ะหินใต้ต้นไม้ หลีเช่อมองหลินชิงเวยด้วยสีหน้าสงบนิ่งราวกับสายน้ำ เขาทอดถอนใจ “คิดไม่ถึงว่าเจ จ้าอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ถึงกับไม่แก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด สุ่ยฉ่ายชิงผู้นั้น หากคิดจะตรวจสอบว่าใบหน้าของนางเป็นเพราะนางทำตนเองหรือไม่ เป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เหตุใดเ เจ้าต้องแบกความผิดนี้เอาไว้เองเล่า?”
หลินชิงเวยพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ความผิดนี้อย่างไรก็ต้องมีคนมาแบกรับ ข้าแบกรับความผิดไว้ จะได้เป็นสตรีใจคอเหี้ยมโหดอย่างสมเหตุสมผลไงเล่า เหมือนเซ่อเจิ้งอ๋องที่กระจ่างแจ้ งแก่ใจดี เขาไม่ใช่คนเลอะเลือน แต่เขากลับเลือกที่จะเป็นคนเลอะเลือน”
หลีเช่อ “พวกเจ้าคนในยุคสมัยโบราณก็ยุ่งยากเช่นนี้แหละ ความในใจต้องอ้อมเก้าโค้งสิบแปดแยก อ้อมไปถึงขอบฟ้าแล้ว”
“ช่วยไม่ได้ เข้าเมืองตาหลิ่วย่อมต้องหลิ่วตาตาม”
หลีเช่อ