ั่วไปไม่คู่ควรกับข้าหรอก ข้าบอกแล้วว่าข้าเป็นคนจู้จี้จุกจิก” หลีเช่อมองหลินชิงเวยกินข้าวต้มมือหนึ่ง อีกมือ อหนึ่งคีบกับข้าว ข้อมือของนางใส่กำไลที่เขาทำให้ บนกำไลสลักลวดลายดอกไม้ใบไม้สีเขียวขับผิวของนางยิ่งนัก ข้อมือของนางดูเรียวและขาวอย่างเห็นได้ชัด
หลังอาหารเช้า หลีเช่อสนอกสนใจวังหลวงแห่งนี้อย่างยิ่ง เขาลากหลินชิงเวยเดินไปทั่วตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยพูดขึ้นว่า “เจ้าบอกความจริงมา เซี่ยนอ๋องให้เจ้ามาทำอะไร?”
หลีเช่อ “ให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าจริงๆ อย่างไรข้าก็คิดจะกินฟรีอยู่ฟรีอยู่แล้ว จึงยอมมา”
อยู่เป็นเพื่อนนาง? จับตาดูนาง? หรือมาตักเตือนนาง?
น่าจะเป็นข้อสุดท้ายกระมัง เอาหลีเช่อมาตักเตือนนาง ให้นางตระหนักในจุดยืนของตน
เพียงแต่การมีหลีเช่ออยู่ในวังด้วย ทำให้ชีวิตในวังแต่ละวันไม่อาจคลุ้มคลั่งเกินไป มารดามันเถอะ คนผู้นี้เป็นจอมหาเรื่องจริงๆ เพียงแค่ไม่ทันระวังครู่เดียว เขาก็สามารถทำให้ต ตำหนักฉางเหยี่ยนวุ่นวายไปทั้งตำหนักได้
บทบาทของหว่านชิวผู้นี้ถูกเขาแทบจะทำให้เสียผู้เสียคนไปแล้ว
ภายในสองสามวันนี้เรียกประชุมนางกำนัลทั้งหมดในตำหนักฉางเหยี่ยนให้มานั่งพร้อมเพรียงกันในลานเรือน เปิดประชุมครั