้งใหญ่ ซ้ำยังอ้างถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจึงคิดจะจัดกิจกรรมการอ อาบน้ำพร้อมกันในตำหนัก เพื่อให้นางกำนัลทั้งหมดแช่น้ำด้วยกัน
หากมิใช่ด้วยหลินชิงเวยขัดขวางทันเวลา เกรงว่าหลีเช่อยังคิดจะสอนนางกำนัลเหล่านี้ว่าต้องอาบน้ำอย่างไรด้วยตนเอง…
หลินชิงเวยมองหลีเช่อด้วยสายตาผิดหวัง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นคนประเภทนี้”
หลีเช่อ “ข้าเป็นสุภาพบุรุษนะ!”
หลินชิงเวยร้องฮึอย่างดูแคลน “บนแก้มของเจ้าเขียนอักษรไว้ข้างละสองตัว”
หลีเช่อลูบใบหน้าของตนเองและถามว่า “เขียนอักษรอะไร?”
“ข้างซ้ายเขียนคำว่าน้ำพุเหลือง ข้างขวาเขียนคำว่าลามก”
“…”
หลีเช่อใช้เวลายามว่างในวังหลวงล้วงความลับจากนางกำนัลคนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของหลินชิงเวย
แม้หลินชิงเวยจะมิใช่เจาอี๋ของวังหลวงแล้ว ทว่ากลับสามารถเข้าออกวังหลวงได้อย่างอิสระ ตำหนักฉางเหยี่ยนนี้ยังคงเก็บรักษาเอาไว้ให้นาง หลีเช่อจึงอดที่จะรู้สึกสงสัยไม่ได้
ต่อมาเขาจึงล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วหลินเจาอี๋ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่เป็นนางเองที่มิเต็มใจเป็นพระชายาของตำหนักใน ได้ยินว่ามีความขัดแย้งกับเซ่อเจิ้งอ๋อง เมื่อนางบันด ดาลโทสะขึ้นมา กระทั่งเซ่อเจิ้งอ๋องนางก็ไม่ไว้หน้า
เหลือเวลา