ง “อาหารมาครบแล้ว เวยเวย เจ้าไม่ต้องรีบร้อน อยากรู้เรื่องใด กินไปถามไปได้”
หลีเช่อไม่เกรงใจหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกับข้าวเพื่อลิ้มลองรสชาติก่อนอื่น เขาพูดอย่างตกตะลึงว่า “อ๊ะ อาหารจานนี้อร่อย! พวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบกินอาหารชวนจงที่สุด!”
เซียวอี้ “ดูท่าแล้วเจ้าและเวยเวยชอบทานอาหารเหมือนกัน ในเมื่อชอบก็กินให้มากหน่อย”
หลินชิงเวยมองท่าทางของเขาแล้ว อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันออกมาสองคำไม่ได้ว่า “ปัญญาอ่อน [1]”
“ว่าผู้ใดปัญญาอ่อน?”
“ใครรับ คนนั้นก็ปัญญาอ่อน”
“หึ” หลีเช่อเงยหน้าขึ้น ในปากเต็มไปด้วยอาหาร “ข้าพบว่าไม่เจอเจ้าเพียงไม่กี่วัน รู้สึกว่าเจ้าอารมณ์ร้ายเหลือเกิน เจ้าลืมแล้วหรือไรว่าหลายวันก่อนมากินดื่มฟรีอยู่บ้านข้า อย ย่างไรเล่า ยามนี้ชักสีหน้าไม่รู้จักกันแล้ว?”
หลินชิงเวยรู้สึกหงุดหงิดใจเหลือทน “ข้าบอกว่าเจ้ามาที่นี่กินฟรี ดื่มฟรี หูเจ้าไม่ดีหรืออย่างไรกัน”
“ช่างเถิด ให้ข้ากินอิ่มก่อนค่อยคิดบัญชีกับเจ้า”
—————–
[1] คำว่า ไป๋ชือ (白痴 vs 白吃) ออกเสียงเหมือนกัน พินยินเหมือนกัน คำแรกแปลว่า ปัญญาอ่อนหรืออีเดียด คำที่สอง หมายถึ