าง เขาตกอยู่ในอาการตกตะลึงเช่นกัน ทว่าเขายังคงเดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองพร้อมกับแหวกชายอาภรณ์นั่งลงเผชิญหน้ากับเซียวอี้ด้วยรอยยิ้ม “สหายที่ท่านคิดจะแ แนะนำให้ข้ารู้จักคงมิใช่นาง?”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง ไม่อาจไม่ลอบพินิจพิจารณาหลีเช่อและเซียวอี้ใหม่อีกครั้ง ดูจากท่าทางของหลีเช่อแล้วไม่เหมือนกำลังเล่นละคร เขาคิดไม่ถึงเช่นกันว่าสหายที่เซียวอี้ต้องการแ แนะนำให้เขารู้จักจะเป็นอีกฝ่าย
เซียวอี้พูดกลั้วหัวเราะ “ใช่”
หลีเช่อหัวเราะหึๆ อย่างสิ้นสงสัย “หากเป็นเช่นนี้จริงๆ นับได้ว่ามีวาสนาต่อกันยิ่งนัก พวกเรารู้จักกันตั้งนานแล้ว”
เซียวอี้จงใจแสดงท่าทีประหลาดใจเมื่อหันไปมองหลินชิงเวย “เวยเวย เป็นเช่นนี้หรือ?”
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองเซียวอี้ตรงๆ ยกยิ้มเย็นชาพูดว่า “ถูกต้อง ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะไม่รู้” นางหันมามองหลีเช่อแล้วขมวดคิ้วพูดว่า “เจ้าเป็นสหายกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลีเช่อ “ก่อนหน้านี้ไม่นาน เศรษฐีนี่นา ย่อมต้องเอามาเป็นสหาย”
หลินชิงเวยยังคิดจะพูดอันใดอีก เซียวอี้กลับขัดคำพูดของนา