ยชิงมาดักรออยู่ระหว่างทางที่นางต้องผ่านตั้งแต่เมื่อใด
“แม่นางหลินช้าก่อน”
หลินชิงเวยชะงักฝีเท้ามองไปรอบๆ อึดใจหนึ่งจึงเห็นเงาร่างอรชรแช่มช้อยเดินมาหาตน สุ่ยฉ่ายชิงหยุดยืนอยู่ใต้ต้นหลิ่วตรงข้ามหลินชิงเวย
หลินชิงเวย “แม่นางสุ่ยมีสิ่งใดจะชี้แนะ”
สุ่ยฉ่ายชิง “แม่นางหลินกำลังจะเตรียมออกจากวังใช่หรือไม่?”
“ไม่เช่นนั้นเล่า? ข้าเป็นเช่นแม่นางสุ่ยที่กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ มาเดินเล่นเช่นนี้หรือ? มีเรื่องใดพูดมาอย่าได้อ้อมค้อม ข้าไม่มีเวลา”
แววตาสุ่ยฉ่ายชิงคมปลาบ “บัดนี้แม่นางหลินไม่ใช่คนในวังหลวงแล้ว ออกไปนอกวังต้องระมัดระวังสักหน่อย ข้าได้ยินว่าหลังจากแม่นางหลินออกจากวังไป เอาแต่ดื่มสุราเมามายไม่เว้นแต่ละวัน น ข้าขอถามสักคำ ที่แม่นางหลินทำกับตนเองเช่นนี้ด้วยได้รับความเจ็บปวดทางจิตใจใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงจับจ้องดวงตาของสุ่ยฉ่ายชิง “เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย”
สุ่ยฉ่ายชิงสะอึก “แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ข้ายังอยากจะตักเตือนแม่นางหลินสักประโยค แม่นางหลินจะไปเมามายที่ไหนไม่เกี่ยวข้องกับข้า เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ไม่จำเป็นต้อง