้งเขาไว้ “องครักษ์ฉีโปรดหยุดก่อน”
เสี่ยวฉีหยุดชะงัก หันหน้ากลับไป “แม่นางสุ่ยมีอะไรจะสั่งขอรับ?”
นางกำนัลประคองสุ่ยฉ่ายชิงค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมชนิดหนึ่งลอยมาตามลม นางยอบกายลงเล็กน้อยถามเสียงอ่อน “ที่จริงไม่ควรรบกวนองครักษ์เซียว แต่จนใจที่ฉ่ายชิงมีเรื่องจะถาม”
“แม่นางสุ่ยมีเรื่องอันใดจะถาม เชิญถามได้”
สุ่ยฉ่ายชิง “เมื่อคืนท่านอ๋องไม่ได้กลับมาทั้งคืน องครักษ์เซียวเป็นองครักษ์ผู้ติดตามข้างกายท่านอ๋อง รู้หรือไม่ว่าเขาไปที่ใด?”
เสี่ยวฉีอึ้งไปครู่หนึ่ง ทว่ายังคงตอบตรงๆ ไม่คิดปิดบัง “ท่านอ๋องไปหาแม่นางหลินข้างนอกวัง” ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เขาควรพูดตามความจริงกระมัง สุ่ยฉ่ายชิงผู้นี้เป็นฝ่ายถามขึ้นมาเอง มิใช่เขาต้องการพูดให้นางฟังนี่นา
ไม่รู้ด้วยเหตุใด หลังจากเสี่ยวฉีพูดออกไปแล้ว เขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งเนื้อทั้งตัว
สุ่ยฉ่ายชิงได้ยินเช่นนั้นกลับตะลึงงัน เปลือกตาของนางกะพริบถี่ๆ ฝืนยิ้มและพูดออกมาว่า “เยี่ยนช่างมีน้ำใจนัก แม่นางหลินไม่ยินยอมรักษาโรคของข้า เยี่ยนกลับไม่ยอมถอดใจ ทำให้ข้ารู้สึกละอายแก่ใจเหลือเกินที่ทำให้เยี่ยนต้องเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้”
เสี่ยวฉี “แม่นางคงเข้าใจผิดแล้ว ท่านอ๋องมิได้ไปตาม