อยู่ที่นี่นานนัก ทว่ากลับเตรียมทุกอย่าง พร้อมสรรพ
หลังจากชำระกาย อาหารเพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ จากห้องครัวก็ถูกนำมาขึ้นโต๊ะอาหาร หลินชิงเวยและซินหรูนั่งอยู่ข้างโต๊ะ แม้จะเคยชินกับการกินอาหารจากห้องเครื่องในวัง แต่ยามนี้ ร รสชาติของอาหารนอกวังก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
กินข้าวแล้วท้องฟ้าเริ่มโรยตัวลง ความมืดของราตรีเข้ามาครอบคลุมรอบด้าน หลินชิงเวยและซินหรูเอนกายอยู่บนเก้าอี้เอนหลังด้านนอกลานเรือน มองดูดวงดาวบนท้องฟ้า
เสียงจักจั่นร้องอยู่ในสนามหญ้ารอบๆ บริเวณ
ซินหรูเอ่ยขึ้นว่า “ข้าไม่เคยรู้สึกมาก่อนว่าท้องฟ้าสงบ และดวงดาวระยิบระยับเช่นนี้มาก่อน แม้กระทั่งสายลมยามค่ำคืนก็ยังสบายเช่นนี้” นางพูดแล้วเอียงหน้ามามองหลินชิงเวย “พี่สา าว นี่ก็คือความรู้สึกของการได้รับอิสระใช่หรือไม่เจ้าคะ? ข้าพลันรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความจริง”
หลินชิงเวยหนุนแขนข้างหนึ่งของตนเอง นางหรี่ตาลง มือที่ว่างอีกข้างหนึ่งลูบศีรษะของซินหรู “ต่อไปยังมีจริงกว่านี้อีก”
ผ่านไปอีกเนิ่นนาน หลินชิงเวยรู้สึกว่าซินหรูง่วงงุนแล้วจึงลุกขึ้นพูดว่า “ซินหรู กลับไปนอนในห้องเถิด พี่สาวจะออกไปแล้วเช่นกัน”
ทันทีที่ซินหรูได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตัวขึ้นทันที