เซียวเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้นว่า “เจ้ามีวิธีรักษาใบหน้าของนางหรือไม่?”
หลินชิงเวยตอบด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “เดิมทีข้าคิดว่าเป็นเพียงอาการแพ้ทั่วไปเท่านั้น ขอเพียงพักผ่อนก็จะดีขึ้น คิดดูแล้วเมื่อแรกแม่นางสุ่ยก็คิดเช่นนี้กระมัง”
แววตาของสุ่ยฉ่ายชิงไหววูบด้วยถูกหลินชิงเวยจับได้ หลินชิงเวยจึงหัวเราะ “คิดไม่ถึงว่าผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว สำนักหมอหลวงก็ยังไม่มีวิธีการรักษา? ที่จริงควรจะหายดีเหมือนเดิมน นานแล้ว แต่ตอนนี้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เนิ่นนานก็ยังไม่เลือนหาย เกรงว่าคงยากที่จะทำให้หายไป อีกทั้งนี่มีสาเหตุมาจากสุขภาพของแม่นางสุ่ย มิใช่แม่นางสุ่ยมีร่างกายที่แพ้ง่ายหร รอกหรือ?”
สุ่ยฉ่ายชิงตอบเสียงอ่อน “ฉ่ายชิงเลื่อมใสความรู้ทางวิชาแพทย์ของแม่นางหลิน โรคของฉ่ายชิงหมอหลวงรักษาไม่ได้ หากแม่นางยื่นมือช่วยเหลือจะต้องรักษาให้หายดีได้แน่”
หลินชิงเวยยิ้มแล้วคลายมือออก มุมของผ้าโปร่งผืนนั้นเลื่อนลงจากใบหน้าของนางราวกับกำลังเริงระบำ นางมองคนทั้งสองแล้วพูดเนิบๆ “ทั้งสองท่านความจำไม่ดีหรืออย่างไรกัน? ลืมคำพ พูดที่ข้าพูดในวันนั้นแล้ว?”
เซียวเยี่ยนเม้มปากแน่น จ้องนางเขม็งไม่พูดจา
นางพูดด้วยท่าทีไม่ยี่หระ “ข้า