ั้นสองของโรงละครนอกจากนางแล้วไม่มีผู้ชมคนอื่นอีก ชั้นล่างมีผู้ชมเหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ละครบนเวทียังคงร้องขับขานไม่หยุด นักแสดงสวมใส่อาภรณ์และเครื่องประดับสีสันสดใส ทางหนึ่งขับร้อง อีกทางหนึ่งร่ายรำ
อาจเป็นเพราะละครเรื่องนี้ทำให้ผู้คนจิตใจอ่อนไหว ชั้นล่างมีผู้ชมเช็ดน้ำตา บางคนถึงกับร่ำไห้เสียงเบา
หลินชิงเวยกลับดูละครด้วยสายตาเรียบเฉย ด้วยนางไม่รู้ว่าจะซาบซึ้งตรงไหน
เมื่อนางยื่นมือไปหยิบถั่วลิสงในจาน กลับสัมผัสถูกมืออันอบอุ่นโดยไม่ทันระวัง หลินชิงเวยตะลึงงัน ถอนสายตากลับมาจากละครบนเวที เห็นมืออีกข้างหนึ่งยื่นมาหยิบถั่วลิสงในจานของนางไปกินจริงๆ
หลินชิงเวยมองขึ้นไปตามมือข้างนั้น เห็นเป็นเซียวอี้ที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆ นางด้วยท่าทีเกียจคร้าน เขาหยิบเมล็ดถั่วลิสงออกจากเปลือกแล้วโยนเข้าปากของตนเองอย่างแม่นยำพร้อมกับหันมายิ้มให้หลินชิงเวย “เวยเวยช่างรู้จักหาความสุขใส่ตัวยิ่งนัก ถึงกับมีเวลาว่างมาดูละครที่นี่” เขาพูดแล้วก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่ด้านล่างเวที “เจ้าดูพวกเขาสิ ร้องไห้ฟูมฟายมากมาย แต่กลับไม่เห็นเจ้าร้องไห้บ้าง”
หลินชิงเวย “คนที่อยู่ชั้นบนล้วนถูกท่านไล่ออกไป?”
เซียวอี้หัวเราะตาหยี “เช่นนี้มิใช่เง