เมื่อก่อนนางและเซียวเยี่ยนต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน ถึงขั้นฝากชีวิตของตนไว้ในมือของอีกฝ่าย คิดว่าต่อไปเรื่องเช่นนั้นคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
ยามนี้เมื่อย้อนคิดขึ้นมา ความเชื่อใจแบบไม่ลืมหูลืมตาเช่นนั้นเป็นความโง่เขลาเพียงใด มันเปราะบางเกินไป เพียงแค่แตะเพียงครั้งเดียวก็พังทลายลงมา
คาดว่าวันหน้าไม่ว่าหลินชิงเวยจะพบเห็นผู้ใดหรือเผชิญหน้ากับเรื่องใด ก็ไม่อาจให้ความไว้ใจชนิดไม่ป้องกันตัวเช่นนี้อีก
ซินหรูสะพายล่วมยาเดินตามหลังหลินชิงเวยเงียบๆ เสี่ยวฉีติดตามข้างกายซินหรูเงียบๆ เช่นกัน ตลอดเวลาทั้งสามคนมิได้สนทนากันแม้แต่ประโยคเดียว
ออกมาจากตำหนักซวี่หยาง พวกเขาเดินผ่านอุทยานหลวง เมื่อเดินผ่านโต๊ะหินใต้ต้นหลิ่ว หลินชิงเวยควบคุมตนเองไม่ได้อีกต่อไป มือของนางค้ำลงบนโต๊ะ ร่างของนางโน้มลงเล็กน้อย หอบห หายใจรัวเร็ว
เส้นผมดำขลับด้านหลังหัวไหล่นั้นทิ้งตัวลงมาบนหน้าอก ซินหรูเพิ่งจะพบว่าหลินชิงเวยมีเหงื่อผุดเต็มใบหน้า อีกทั้งมีสีหน้าแดงเรื่อ
หลินชิงเวยขมวดคิ้วแน่น ทว่ายังคงทนไม่ได้อยู่นั่นเอง เลือดลมในอกปั่นป่วน ตีกลับขึ้นมากระอักออกมาเป็นโลหิตสดๆ คำหนึ่ง ใบ