ร์อีกแวบหนึ่ง
ซินหรูเห็นเงาร่างสีดำสายหนึ่งเช่นกัน ในใจจึงคาดเดาเรื่องราวได้พอประมาณ นางรีบวิ่งมายืนอยู่ข้างกายพี่สาวแล้วถามด้วยความเป็นห่วง “พี่สาว ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? เป็นอะ ะไรหรือไม่!”
หลินชิงเวยนวดหว่างคิ้วและทอดถอนใจ “ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่ไม่ทันระวังดื่มมากไปหน่อย”
ซินหรูสะดุ้งโหยง “พี่สาวมิใช่ไปชิมสุราหรอกหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงดื่มสุราจนเมามายเยี่ยงนี้!”
คืนนั้นตำหนักฉางเหยี่ยนยากที่จะสงบลงได้ หลินชิงเวยสั่งให้ขันทีทั้งหมดตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของตำหนักฉางเหยี่ยนแล้วจึงวางใจ เพียงแต่เมื่อถึงวันถัดมา เรื่องนี้มิได้เล็ดลอดออก กไปภายนอก แต่หลินชิงเวยกลับจัดระเบียบและคนเฝ้ายืนยามใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งให้กวดขันเข้มงวดกับการเข้าออกตำหนักอย่างแน่นหนา
อาการเมาสุราของหลินชิงเวยร้ายแรงไม่เบาทีเดียว นางปวดหัวอยู่สองวันจึงค่อยๆ ดีขึ้น เมื่อนางได้สติเต็มที่อีกครั้ง พบว่าการเฝ้ารักษาการณ์ด้านนอกเรือนเปลี่ยนไป จึงอดถามซินหรู