ลินชิงเวยควบม้าออกจากวังหลวง มุ่งหน้าไปยังโรงรับจำนำครั้งที่แล้วอย่างรู้เส้นทางดี รอกระทั่งหน้าประตูโรงรับจำนำไม่มีบุคคลท่าทีน่าสงสัยอยู่อีก อีกทั้งยามนี้เป็นเวลาเที่ยง งตรง แสงแดดร้อนเปรี้ยง ด้วยเหตุนี้ผู้คนที่เข้ามาในโรงรับจำนำจึงบางตาลง
เมื่อหลินชิงเวยยกเท้าก้าวเข้าไป เห็นเสี่ยวเอ้อร์กำลังนั่งค้ำโต๊ะสัปหงก หลงจู๊ด้านในมีอาการง่วงงุน
หลินชิงเวยตรงเข้าไปที่โต๊ะเก็บเงิน ยกมือขึ้นเคาะโต๊ะสองครั้งเพื่อปลุกหลงจู๊ให้ตื่นขึ้น หลงจู๊จับจ้องสายตาแล้วรีบยกมือขึ้นขยี้ตา ชัดเจนยิ่งนักว่าเขาจำหลินชิงเวยได้ “ “ที่แท้เป็นคุณชายนั่นเอง คุณชายรอสักครู่ ข้าจะไปเชิญเถ้าแก่ของพวกเราออกมาขอรับ”
เถ้าแก่เดินยิ้มแย้มออกมาถึงห้องโถงด้านหน้าในเวลาไม่นานนัก เขานำน้ำชาอย่างดีมาต้อนรับหลินชิงเวย สิ่งของที่นำออกมาในครั้งนี้ถูกหลงจู๊นำไปวิเคราะห์เพื่อตีราคา ครั้งแรกแปล ลกใหม่ ครั้งที่สองคุ้นเคย เถ้าแก่เสนอราคายุติธรรมมาให้ หลินชิงเวยใคร่ครวญดูแล้วไม่แตกต่า