“เจ้ารังเกียจสัมผัสของเจิ้นถึงเพียงนี้?”
สายตาหลินชิงเวยเย็นเยียบ ต่อให้เป็นเซียวจิ่น นางก็ไม่เกรงใจ ดูเหมือนนางเมามายเสียจนกลายเป็นดินโคลนก้อนหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นกลับกระจ่างใสมีสติเต็มเปี่ยมราวกับถูกล้างด้วยหยดน้ำค้างอย่างไรอย่างนั้น ในที่สุดนางมิได้ตวัดฝ่ามือนั้นลงไป ทว่าค่อยๆ ดึงมือของตนกลับมา “ล่วงเกินข้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากข้า ก็คือการล่วงละเมิด ต่อให้เจ้าเป็นฮ่องเต้ ข้าก็จะไม่เกรงใจเจ้าเช่นกัน”
หลังจากหลินชิงเวยพูดประโยคนี้นางปล่อยร่างของเซียวจิ่นแล้วลุกขึ้นยืนโงนเงน เซียวจิ่นลุกขึ้นนั่งแล้วจับมือของหลินชิงเวย “เจ้าเมามายจนเป็นเช่นนี้แล้วยังจะกลับไปอีกหรือ?”
หลินชิงเวยนวดคลึงหัวคิ้วหนักอึ้งของตน “หากข้าค้างแรมที่นี่ จะเป็นการทำผิดกฎเกณฑ์”
เซียวจิ่นเห็นนางยืนกรานเช่นนี้จึงไม่ได้รั้งนางเอาไว้อีก เขากล่าวเพียงว่า “แต่เจ้าเดินยังไม่มั่นคง อีกประเดี๋ยวเจิ้นให้คนส่งเจ้ากลับไป”
หลินชิงเวยหันหน้ากลับมา หลบตาลงมองเขาเรียบๆ หลังเมาสุรากระบอกตาของนางแดงก่ำ แต่สติของนางกระจ่างแจ้งราวกับเข้าถึงก้นบึ้งหัวใจของผู้อื่น นางพูดเรียบๆ ว่า “ไม่จำเป็น ข้ากลับเองได้ คืนนี้ขอบพระทัยสุราเลิศรสของฝ่าบาท หม่อม