ก็ยังยากที่จะพบเห็น
เซียวจิ่นกระจ่างแจ้งในใจดีว่าเรื่องที่นางเป็นทุกข์นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ยามนี้ที่มองเห็นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ดวงตาของหลินชิงเวยวูบไหว แต่เบื้องหลังแววตาที่วูบไหวกลับเต็มไปด้วยความมืดหม่นและขมขื่น
เซียวจิ่นรินสุราให้นางสามถ้วยใหญ่ๆ ล้วนถูกนางดื่มอึกๆ หมดในคราเดียว เซียวจิ่นก้มหน้าลงมองกระบวยตักสุราในมือ “เจิ้นไม่ควรฟังเจ้าเลย เปลี่ยนถ้วยสุราใบใหญ่ ต่อให้เป็นสุราสาเกฤทธิ์เบากว่านี้ก็มิอาจห้ามไม่ให้เจ้าดื่มเช่นนี้”
หลินชิงเวยยกยิ้มริมฝีปากแดงสด นางเท้าคางพูดว่า “เจ้ากลัวว่าข้าจะเมามาย?”
สีหน้าของเซียวจิ่นปรากฏให้เห็นความปวดใจ เขามองหลินชิงเวยนิ่งๆ “เจิ้นกลัวว่าเจ้าจะเป็นทุกข์”
แววตาของหลินชิงเวยทอประกายวาบ รอยยิ้มบนริมฝีปากนั้นยิ่งสว่างไสว นางยันร่างของตนขึ้นมา มองกระดานหมากที่เดินผิดแล้วถามว่า “เมื่อสักครู่พวกเราเดินถึงไหนแล้ว?”
ดูเหมือนป่าด้านนอกจะมีเสียงร้องของจักจั่น เสียงนกร้องขึ้นท่ามกลางราตรี นางกำนัลด้านนอกยืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ต่อมาหัวหน้าขันทีเข้ามาโบกมือให้กับนางกำนัลเหล่านั้น นางกำนัลทั้งหมดจึงค่อยๆ ถอยจากเรือน
ความปรารถนาในใจของฮ่องเต้ นางกำนัลและขันทีผู้ปรนนิบัติรับใ