ช้ใกล้ชิดเหล่านี้ มีผู้ใดบ้างไม่รู้
ต่อมาเดินหมากจนวุ่นวายไปหมด หลินชิงเวยเอาจริงเอาจังผิดปกติ หมากตัวหนึ่งเดินซ้ำไปซ้ำมาสองสามหนจึงยอมวางลงบนกระดานหมาก เซียวจิ่นหัวเราะ “ไม่มีใครเดินหมากเช่นเจ้า เคราะห์ดีที่คู่ต่อสู้ของเจ้าเป็นเจิ้น เจิ้นยอมให้เจ้าได้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นคงคว่ำโต๊ะ ต่อยตีเจ้าแล้ว”
หลินชิงเวยทำปากเบ้ “ไม่แน่ว่าจะต่อยตีชนะข้าได้”
สุราสองไหถูกดื่มหมดโดยไม่รู้ตัว เมื่อเซียวจิ่นตักสุราเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเห็นก้นไหสุราเสียแล้ว เขาหันหน้ากลับมามองหลินชิงเวย หลินชิงเวยไม่ใส่ใจเขา นางเดินหมากกับตนเอง ปากพูดงึมงำอะไรก็สุดรู้
เซียวจิ่นส่ายหน้าด้วยรู้สึกศีรษะหนักอึ้ง เขารู้สึกเมามายอยู่บ้าง ท่าทางของหลินชิงเวยเหมือนจะสลักลงไปในสมองของเขาอย่างไรอย่างนั้น ลบอย่างไรก็ลบไม่ออก ยิ่งไม่อยากคิดกลับยิ่งหลงใหลคลั่งไคล้ ความรู้สึกกลางอกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันเต้นโครมครามไม่หยุด
หลินชิงเวยพบว่าถ้วยสุราของตนว่างเปล่า นางจึงหยิบถ้วยสุราของเซียวจิ่นขึ้นมาดื่มอึกๆ
เซียวจิ่นค้ำไหสุรานั่งลงกับพื้น “ชิงเวย เจ้าเหมือนเจิ้นเมื่อครั้งนั้น คิดจะใช้สุรามอมเมาตนเองหรือไร? เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้?”
หลินชิงเวย