หลินชิงเวยมองเถ้าแก่แล้วยิ้มบางๆ “เถ้าแก่ ข้าไม่ใช่คนโง่เขลาที่ไม่รู้จักสินค้า แต่ในเมื่อเถ้าแก่เป็นคนทำการค้าย่อมพูดไม่ได้ว่านี่เป็นการหลอกลวง ราคานี้ข้าไม่พอใจ ในเ เมื่อเจรจาแล้วราคาไม่เป็นที่พอใจก็ไม่เป็นไร”
เถ้าแก่ผู้นี้เห็นนางเป็นคนมีเงินที่ไร้สติปัญญาหรือไร แม้โรงรับจำนำแห่งนี้จะเป็นโรงรับจำนำแห่งใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แต่ยังมีโรงรับจำนำที่น่าเชื่อถือร้านอื่นอีกเช่นกัน พ พูดประโยคนี้จบ หลินชิงเวยลุกขึ้นไปยังโต๊ะคิดเงินเก็บห่อสัมภาระของตนเองกลับมา
เถ้าแก่เห็นเช่นนั้นจึงรีบกล่าวว่า “คุณชายช้าก่อน เรื่องใดๆ ย่อมปรึกษากันได้ หากคุณชายไม่พอใจในราคานี้ คุณชายเสนอราคาได้”
หลินชิงเวยหันหน้ากลับมายกยิ้มให้เถ้าแก่ “เพิ่มอีกหนึ่งเท่า สามหมื่น”
ใบหน้าของเถ้าแก่ผู้นั้นปรากฏให้เห็นความปวดใจในชั่วขณะ หลินชิงเวยพูดอย่างเห็นขัน “ต่อให้เป็นเงินสามหมื่น ข้าก็เชื่อว่าเถ้าแก่ยังทำกำไรได้อีกมาก ไม่ต้องรีบร้อน เถ้าแก ก่ค่อยๆ ใคร่ครวญ ให้ข้าไปเดินดูร้านอื่นก่อน ข้ายังมีสิ่งของอีกไม่น้อยต้องดูว่าเถ้าแก่มีความจริงใจหรือไม่แล้ว”
หลินชิงเวยสะพายห่อผ้าขึ้นไหล่หันกายกำลังจะเดินออกจากห้องโถงของโรงรับจำนำ อันธพาลหลา