ยคนด้านนอกประตูรีบหลบไปด้านข้าง ทำทีราวกับเป็นผู้คนสัญจรไปมา
หลินชิงเวยเพิ่งจะก้าวเท้าออกนอกประตู เถ้าแก่ก็ไล่ตามหลังมากล่าวว่า “สามหมื่นก็สามหมื่น! ข้าดูแล้วคุณชายเป็นคนรู้จักสินค้าดีคนหนึ่ง ต่อไปเมื่อมีสิ่งของดีๆ อีกอย่าลืมมา าอุดหนุนเล่า”
หลินชิงเวยหันกลับมาพูดด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”
โรงรับจำนำทำงานอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงหนึ่งถ้วยชาก็เตรียมตั๋วเงินจำนวนสามหมื่นตำลึงเรียบร้อย มอบให้ถึงมือของหลินชิงเวยด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม หลินชิงเวยรับตั๋วเงินสามหมื่ นตำลึง แล้วหยิบก้อนเงินมอบให้เสี่ยวเอ้อร์ผู้ทำหน้าที่ยกน้ำชา พูดเรียบๆ ว่า “ค่าน้ำชา รางวัลเจ้า”
นับว่าการต่อราคาโดยใช้วิธีต่อราคาครึ่งหนึ่งยังคงเป็นวิธีการต่อราคานับแต่โบราณมาไม่เปลี่ยนแปลง กระทั่งเถ้าแก่ผู้นั้นก็กระจ่างแจ้งในหลักการนี้
นับแต่หลินชิงเวยก้าวออกมาจากโรงรับจำนำก็ตกอยู่ในสายตาของผู้อื่น นางเดินอยู่ในตลาดเพียงลำพังครู่หนึ่ง ร้านเครื่องประดับ ร้านผงชาด ล้วนเป็นสถานที่ที่หญิงสาวในวัยรักสวย ยรักงามเช่นนางเดินเข้าเดินออก
นางเลือกสร้อยข้อมือหยกเส้นหนึ่งในร้านเครื่องประดับ ใช้เงินโบราณร้อยเป็นเส้น งานฝีมือถือได้ว่